translation

anan 2009.07 ตอน จากซาโตชิถึง...

posted on 26 Jul 2009 13:27 by sakuraiohno  in translation

ก่อนอื่นขอบอกว่า ถ่ายสวยมากกกกกเล่มนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเซทผมของซากุไรที่จะมองให้หล่อก็ได้ มองให้สวยก็ได้อีก แปลกตา แต่สวยมากกกกกก

To Aibachan

ความสัมพันธ์น่าพิศวง แม้จะไร้บทสนทนาก็สบายใจ 

ช่วงที่เดบิวท์ ตอนที่ต้องเดินทางไปเชียร์ตามต่างจังหวัด รู้สึกจะได้พักโรงแรมห้องเดียวกับไอบะจังอยู่ตลอดนะ ถึงจะมีเวลาว่างอยู่ประมาณสิบชั่วโมง (0[] 0) ทั้งสองคนก็เอาแต่กลิ้งไปมาบนเตียง ดูทีวี ไม่พูดอะไรสักคำ กับไอบะจังเนี่ย ถีงจะไม่มีบทสนทนาก็ยังรู้สึกสบายใจเลยรู้สึกสงสัยน่ะ แล้วเวลาในรายการวาไรตี้ที่เขาเหมือนเป็นเทพแห่งรอยยิ้มลงมาเนี่ย ผมคิดว่าช่างสมกับเป็นไอบะจังจริงๆ แล้วที่สุดยอดยิ่งกว่าก็คือตลอดสิบปีที่ผ่านมาก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลยด้วย แล้วก็เรื่องซ้อมเต้น เรื่องที่ว่าเป็นคนที่พยายามซ้อมจนเหลือเป็นคนสุดท้ายอยู่ตลอดน่ะ ผมเองก็รู้นะ อยากจะบอกไว้ตรงนี้ว่า "อย่าหักโหมเกินไปละ" จะว่าไป เมื่อ4-5ปีก่อนเคยไปบาร์เรียบๆแต่ดูเท่ที่กินซ่าด้วยกันสองคนมาแล้วนี่เนอะ ทำไมถึงไปกินซ่าที่เป็นที่ของผู้ใหญ่ๆ ถึงตอนนี้ก็ไม่เข้าใจแล้วล่ะ ที่ยิ่งกว่านั้นผมเองก็กลับไปก่อนโดยที่ไม่ได้จ่ายเงินด้วย (หัวเราะ) ไปบาร์ด้วยกันสองคนอีกไหม?คราวนี้รับรองว่าจ่ายเงินแน่ๆน่ะ

my comment; เดี๋ยวนี้จะยังมีเวลาว่างระหว่างทำงานสิบชั่วโมงไหมเนี่ย​ (เหอๆๆ) 

To Matsujun

อยากเห็นหน้าไม่ชอบใจของมัตสึจุนที่ดูเย็นชา

ครั้งแรกที่เจอกับมัตสึจุนเนี่ย ทั้งที่เป็นช่วงเจริญเติบโตแต่กลับตัวเล็กอยู่เลย แถมยังใช้ภาษายกย่องกับผมอีก (ในภาษาญี่ปุ่นจะมีภาษายกย่อง ใช้กับคนที่มีสถานะสูงกว่า) อายนะนั่น อ่า...ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็กลายเป็นภาษาแบบเพื่อนรุ่นเดียวกันไปซะแล้ว (หัวเราะ) เมื่อก่อน เล่นละครเวทีในบทที่ต้องเป็นศัตรูกัน ยังจำได้จนถึงวันนี้เลยที่ทุกวันก่อนขึ้นแสดงประมาณห้านาทีก็จะต้องไปจ้องหน้ากันข้างเวทีเพื่อสร้างความรู้สึก(เป็นศัตรู) ตอนนั้นก็จริงจังน่ะ แต่ถ้ให้มาทำตอนนี้คงหลุดหัวเราะแน่ๆ มัตสึจุนเป็นคนที่ดูเย็นชาแต่่ที่จริงทั้งอ่อนโยนและก็เป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียด อย่างตะเกียบแบบฉีกในกล่องข้าวน่ะ หลังจากฉีกแล้วก็ต้องเอามาขัดๆกันด้วย พวกผู้หญิงถ้าได้เห็นท่าทางการใช้มือของมัตสึจุนแล้วละก็จะต้องหลงใหลแน่นอน! ถ้าเกิดว่าเวลาว่างตรงกันเมื่อไหร่ พามัตสึจุนไปสวนสาธารณะแล้วเล่นแบดมินตันกันดีไหม อยากเห็นหน้าตอนที่ไม่พอใจประมาณว่า "น่ารำคาญเว้ย~" อะไรงี้น่ะ (หัวเราะ)
แต่ว่าคิดไปคิดมา สงสัยคงจะยิ้มให้แทนแน่เลย เขาเป็นคนอย่างนั้นแหละ มัตสึจุนน่ะ

my comment; ขำเรื่องภาษายกย่อง นั่นสิ กลายเป็นภาษาแบบเพื่อนๆ กันไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

To Nino

กำลังตะลึงกับฝีมือมายากลครับ!

เสน่ห์ของนิโนะเนี่ยคงจะบอกได้แต่ว่า คือทั้งหมด แล้วละ ถ้าจะให้ตั้ง catch-phrase แล้วละก็คงเป็น 
"ผู้ชายAlmighty"! โดยเฉพาะพัฒนาการด้านมายากลของนิโนะเองจะทำให้รู้สึกชื่นชมด้วย
เพราะทุกคนจะลืมการไขปริศนาจับผิด แต่จะหลงใหลไปกับการใช้มือที่คล่องแคล่วชำนาญของเขาไงล่ะ (หัวเราะ) ความทรงจำกับนิโนะอันดับหนึ่งก็น่าจะต้องเป็น "โอมิยะSK" ความตั้งใจที่จะก่อตั้ง "โอมิยะSK" อีกครั้งนั่นยังไม่เปลี่ยนหรอกนะ! ตอนนี้ถ้าได้วันหยุดมาแบบกะทันหันละ? ​นั่นสินะ... ชวนนิโนะออกไปร้านขายของเบ็ดเตล็ดสวยๆดีไหมนะ อยากรู้น่ะว่า "ผู้ชายAlmighty" จะซื้ออะไรกันน่ะ แล้วก็...มีบางทีที่ ไม่รู้ทำไมว่ารู้สึกไม่อยากแพ้นิโนะน่ะ อย่างเช่น ถ้านิโนะไปเดทที่รปปงหงิ ผมก็จะไปที่ใหม่กว่าอย่างมิดทาว์นอะไรงี้น่ะ (หัวเราะ) นั่นมันอะไรกันหนอ?

my comment; ขำก๊ากตรงผู้ชายออลไมท์ตี้ นั่นสิ คนอะไรทำได้หมดทุกอย่าง (โดยเฉพาะเล่นบทจิตๆ กริ๊ดดดดด ชอบ) 


To Shokun

ความแตกต่างนั่นแหละที่เป็นเสน่ห์ของโชคุง
กับโชคุงนี่รู้สึกจะได้อยู่แบบส่วนตัวด้วยกันบ่อยนะ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นเรื่องบังเอิญด้วย! ที่งานเทศกาลเทนจินที่โอซาก้า ตอนที่บังเอิญมาเจอกับโชคุงท่ามกลางคนไม่รู้ตั้งกี่หมื่นน่ะ ตกใจจริงๆนะ พวกเรามีโทรจิตหากันรึเปล่านะ? (ในภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า ความยาวคลื่นเท่ากัน เหมือนกับสำนวนภาษาอังกฤษที่ว่า have same wavelength อธิบายความหมายคือเหมือนคลื่นวิทยุยาวเท่ากัน ก็สามารถพูดคุยกันรู้เรื่องเข้าใจ) ตอนที่ความฝันที่นายพูดมาตลอดว่า "อยากเป็นผู้ประกาศข่าว" เป็นจริง ผมเองก็ดีใจมากเลยนะ คอยดูโชคุงอ่านข่าวในทีวีอยู่ตลอด เพราะว่าเป็นเรื่องที่ผมเองไม่มีวันทำได้ เพราะงั้นจนถึงวันนี้ก็ยังรู้สึกว่า "สุดยอดเลยน้า" อยู่เลยล่ะ (หัวเราะ) ทั้งที่เป็นอย่างนั้นแต่เวลาทำตัวไม่ได้เรื่องในรายการวาไรตี้ก็นะ... ความแตกต่างนั่นมันอะไรกัน!? แต่ว่าเพราะว่านั่นแหละที่เป็นตัวตนของโชคุง เพราะฉะนั้นเป็นอย่างนั้นต่อไปเถอะนะ รูปวาดของโชคุงเอง ผมก็ชอบนะ ถ้าผมเป็นผู้หญิงก็คงจะหลงใหล(รูปวาดของโช)แน่ๆ ก็เพราะเห็นทีไรได้หัวเราะออกมาจากสุดท้องเลยน่ะสิ (หัวเราะ) ก่อนหน้านี้เคยไปตกปลาด้วยกันในงานของนิตยสาร นายบอกว่า "ไปแบบไพรเวทด้วยกันอีกเถอะ" ใช่ไหมล่ะ?​ สัญญานั่นยังไม่ลืมหรอกนะ! 

my comment; ไม่รู้จะพูดยังไง แต่ว่าไฮเทนชั่นมากกกกตอนที่เห็นบทสัมภาษณ์นี่ (ถึงขั้นพิมพ์ไม่ออก) แต่ละประโยคนี่... ไม่ไหวจะฟิลเตอร์ค่าาา ส่วนตัวชอบที่บอกว่า

でもそこが翔くんらしさだから、そのままでいてください」 

เห้อๆๆ *ทำหน้าเคลิ้ม* มีความสุข~ 

...ก็เลยขอย้อนไปแปลเมียวโจเดือน 11  ปี 2005  เมื่อห้าปีที่แล้วดีกว่า!! (?)

หายไปนานพอดูเพราะยุ่งๆกับการปรับตัวกับชีวิตในมหาวิทยาลัย

ที่มาลงแปลนี่ก็ใกล้จะสอบกลางภาคแล้ว (ทำไมมันไวจังวะ!?)

อ่า...ไม่พูดพล่ามทำเพลง ไปอ่านกันเลยละกันเนอะ โดวโซะ~

เช่นเคย บางประโยคอาจจะงง เพราะตอนแปลก็มึนๆเหมือนกัน แหะๆ ขออภัยด้วยนะคะ

 

 

เสียงเคาะประตูกลางดึก...ใครกันนะเป็นคนร้าย!?

S: หน้าร้อนปีนี้อย่างแรกก็มี "คดีโอโนะซาโตชิกับคัพราเมง" สินะ

O: ...อะไรเหรอ?

S: ก็ตอนที่ไปฮอกไกโด ตอนเช้า พอออกมาที่ระเบียงทางเดินก็มีเด็กจูเนียร์มาบอกว่า "โชคุงช่วยฟังอะไรหน่อยสิ เมื่อคืนตอนกลางดึกประมาณตีสองได้ มีเสียงเคาะประตูดังปังๆๆๆ พวกเรากำลังตั้งท่าจะนอนก็เลยตกใจสะดุ้งตื่น พอเปิดประตูก็เจอโอโนะคุงอยู่ถามว่า "ไม่มีคัพราเมงเหรอ?" ตอนนั้นปริ๊ด มากเลยนะครับ~ ก็เลยตอบไปว่า "ไม่มีหรอกครับ..." แต่ว่าพอดูดีๆแล้วในมือโอโนะคุงน่ะมีคัพราเมงอยู่นี่สิครับ แต่ก็ยังพูดมาว่า "อะไรเนี่ยไม่มีเลยเรอะ งั้นก็...ช่างเถอะ!" แล้วก็ไปห้องข้างๆแทน" โอโนะคุง บุกไปห้องเด็กๆ

จูเนียร์ทั้งๆที่ยังถือคัพราเมงอยู่งั้นเหรอ?

O: .........(หัวเราะโดยไม่ส่งเสียง)

S: ไม่ใช่ให้ใครก็ได้ไปเพราะคิดว่ามันฮาหรอกนะ เมมเบอร์อาราชิเองก็เข้านอนกันหมดแล้ว 

แล้วดันมาเดินวนหาคัพราเมงอยู่คนเดียวน่ะสิ

O: หุๆๆๆ

S: อย่างที่นาโงย่า ก็คุยกับพวกเด็กๆจูเนียร์ที่ห้องพักในโรงแรมอยู่ว่าเพราะโอโนะคุงอยากกินคัพราเมงรสซีฟู้ด พอเห็นเด็กจูเนียร์คนนึงนั่งกินซีฟู้ดอยู่ก็เลยพูดว่า "แก~! กินรสซีฟู้ดอยู่เรอะไงหา!!" แล้วก็เริ่มโกรธเขาซะงั้น ผมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่หรอก (หัวเราะ)

O: ได้(กิน)มานิดหน่อยด้วยแหละนะ (ทำท่านิ่งเฉย)

S: เฉพาะวันนั้นวันเดียวกินไปไม่รู้กี่ถ้วยเลยเนอะ?

O: กินไป 3-4 ถ้วยได้มั้ง (ทำท่าภาคภูมิใจ) ทุกทีพอหลังจากคอนเสิร์ตก็ต้องกินที่โรงแรม อร่อยมากเลย!

S: ชอบจริงๆเลยสิน้า~ ปีนี้ได้พักต่างจังหวัดเยอะเลย ส่วนมากพอกินข้าวเสร็จบนรถที่นั่งกลับ โอโนะคุงกับนิโนะก็จะคุยอยู่แต่เรื่อง "ดราก้อนบอล" ตลอดเลย

O: อื้ม! (ท่าทางดีใจ)

S: ผู้ชายอายุ 24 กับผู้ชายอายุ 22...(หัวเราะ) แล้วพวกนายก็เริ่มร้องเพลงแปลง เอามาเข้ากับทำนองเพลง subarashiki sekai ว่า "saibai man ni deatte~" (เนื้อแปลงหมายความว่า "ได้พบกับไซไบมัง~ นึกภาพหนุ่มๆร้องกันคงฮา)

*หมายเหตุเผื่อใครสงสัย ไซไบมังหน้าตาเป็นยังไงน้อ~

 

แล้วก็หัวเราะคิกคักกันสองคน ไม่ว่าจะที่นาโงย่า เซนได นีงาตะหรือแม้แต่ฮิโรชิม่า! สรุปแล้วก็คือกลายเป็นทัวร์ดราก้อนบอลไปแล้ว!! ไม่รู้ทำไมที่นั่งบนรถที่ใช้เดินทางถึงกำหนดเป็นนิโนะ โอโนะคุงแล้วก็ผมนั่งเรียงกัน เพราะงั้นผมเลยต้องฟังเพลงแปลงนั่นระหว่างกลับโรงแรมตลอดเลย

O: หุหุหุ ที่จริงโชคุงก็น่าจะมาร่วมวงด้วยนะ

S: ผมน่ะ ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่นี่นา ไม่เข้าใจว่านายสองคนฮาตรงไหนกัน...(ทำหน้าลำบากใจ)

O: นั่นน่ะ เริ่มตั้งกะเมื่อไหร่กันนะ?

S: น่าจะที่เซนได หลังจากกินข้าวเสร็จ โอโนะคุงกับนิโนะก็คุยเรื่องดราก้อนบอลสนุกสนานกันใหญ่

O: เฮฮามากพอดูเลยเนอะ

S: ตอนที่ร้องเพลงแปลงน่ะ กลายเป็น "ซาโตชิจัง" กับ "คาซึนาริจัง" ไปเลยล่ะ (หัวเราะ)


ครบรอบสิบปี จะก้าวสู่ระดับโลก!?

O: โชคุง หลังจากโซโล่นี่เหนื่อยสุดๆเลยเนอะ พอดูวีดีโอ บนเวทีก็ซ่อนหน้าที่เหนื่อยเอาไว้มิดเลยเนอะ​ (หัวเราะ) เพราะว่ารู้เรื่องราวเบื้องหลังก็เลยขำน่ะ

S: โอโนะคุงน่ะชอบบอกว่า "ขอให้อย่าได้รับบาดเจ็บเท่านั้น" แล้วคราวนี้โอเคไหม?

O: ได้แผลแล้วล่ะ ตอนโอมิยะเอสเค มันต้องขว้างลูกบอลสีให้แฟนๆใช่ไหมล่ะ คอนเสิร์ตคราวก่อนเห็นว่าที่ตอนที่เตะออกไปสุดแรงมันฮาดี พอคราวนี้ทำกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขายึดเลย...

S: ที่ผ่านมา ไม่เคยได้รับบาดเจ็บจากการเล่นโอมิยะเอสเค...ใช่ไหม? (หัวเราะ) แต่ว่าที่เตะลูกบอลสีออกไปทุกครั้งเนี่ยสุดยอดมากเลยล่ะ! กล้ามเนื้อเยี่ยมยอดจริงๆเนอะ

O: คราวนี้มีคนทำผ้าขนหนูโอมิยะให้ด้วย มีที่บ้านผม 5-6 ผืนแน่ะ

S: ไม่เยอะไปเรอะ!? ผมเองก็ได้มาเหมือนกันแหละแต่ว่า ผมน่ะ ตรงด้านหลังโทรศัพท์มีสติกเกอร์ “I♡SK” แปะอยู่ด้วยล่ะ

(จู่ๆนิโนะก็แซวขึ้นมาว่า "รัก 'โอมิยะ' จังเนอะ~") 

O: ผมไม่เห็นได้อ้ะ?

(นิโนะ: "สตาฟเขาทำเล่นๆน่ะ แล้วพอโชจังบอกว่าอยากได้เขาเลยให้มา...ก็เท่านั้นแหละ) - จะบอกว่าเป็นของหายากสุดๆนั่นเอง

S: จริงเหรอ? สุดยอด~ ผมนี่ สุดยอดเลย~ (หัวเราะ)

O: ปีนี้เวทีเคลื่อนไหวได้ก็จริง แต่ตอนครบรอบสิบปีน่าจะทำให้ที่นั่งคนดูเคลื่อนที่ได้เนอะ ให้ที่นั่งคนดูคนนึงเด้งปุ๋ง~ขึ้นมาอะไรอย่างนั้นน่ะ แล้วบอกว่า "เธอถูกเลือกแล้วล่ะ เราจะร้องเพลงนี้ให้กับเธอนะ"

S: นั่นน่ะ คนถูกเลือกเองก็คงลำบากเหมือนกันนะ (หัวเราะ) ตอนครบรอบสิบปีจะทำอะไรกันดี? ไปอิตาลีหรือว่ายุโรปหรือยังไง?

O: อยากไปที่ที่ไม่มีใครรู้จักอาราชิแล้วพูดว่า "ครบรอบสิบปีแล้วล่ะ!!" อะไรงี้ดูเนอะ

S: คนดูก็คง "ฉันก็เพิ่งเห็นพวกแกเป็นครั้งแรก แต่ก็มาฉลองกันเถ๊อะ!" ไรงี้เนอะ เป็น world tour จริงๆเลย

O: ถึงจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่องเลยก็ตามเถอะ (หัวเราะ)

S: แต่ว่าถ้าเป็นเราห้าคน ก็น่าจะทำเรื่องแบบนั้นได้นะ (หัวเราะ) จนถึงตอนนั้นก็น่าจะยังร้องเพลงดราก้อนบอลอยู่แน่ๆเลยเนอะ ร้องเพลงนี้ในไลฟ์ช่วงโซโล่ตัวเองไรงี้...

O: Tsukka mou ze!~ (ร้องเพลงดราก้อนบอล) (หัวเราะ)

S: ......อา น่าจะเป็นไปได้นะเนี่ย (หัวเราะ) 

 

 

ร้องจริงๆจะเป็นยังไงกันน้อ... โอจังร้อง+เต้นเพลงดราก้อนบอลในคอนน่ะ!

และก็ตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลจากการอ่านบล็อกญี่ปุ่น เรื่องการถ่ายรายการ Music "Lovers"

คิด่าจะนำเสนอในเอนทรี่ต่อไป โปรดติดตาม~ 

saita...ซากุระ(อิ)บานสะพรั่ง

posted on 12 Apr 2009 16:35 by sakuraiohno  in translation

คำถาม 10 ข้อถึงซากุไร โชซัง
(แปลจากหนังสือ saita 2009.4)

ถ้าเกิดว่ามีชาติที่แล้วจริง คิดว่าตัวเองเคยเป็นอะไร?
"อืม~ อะไรก็ได้แหละ (หัวเราะ) ผมเป็นพวกที่ไม่ค่อยรู้สึกถึงวิญญาณหรือว่าพลังงานอะไรด้วยน่ะ
ถึงต่อให้ชาติก่อนจะเป็นคนเลวสุดๆ เป็นคนดีสุดๆ หรือแม้จะเป็น "สิ่งของ" ก็ตาม ผมคิดว่า มีอย่างในปัจจุบันตอนนี้ก็ดีแล้ว น่ะ
ต่อให้เป็น "ทัพพี" ก็ไม่เป็นไรนะ (หัวเราะ) เหมือนกับว่าได้ทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งในการตักข้าวให้ทุกคนน่ะ? (หัวเราะ)" 

ถ้าให้แสดงความรักออกมาเป็นสี?
"สีรุ้ง...ละมั้ง ทั้งมีความรู้สึกหลากหลายปนเปกัน ทั้งแต่งเติมสีสันให้แต่ละวัน... แต่ว่า รุ้งของจริงมันจะหายวับไปก็จริง แต่อยากจะเจอรุ้งแห่งความรักที่มั่นคงครับ!"

อ่านการ์ตูนไหม?
"โดยปกติแล้วไม่อ่านครับ แต่ว่าก็มีเรื่องที่ชอบนะ เรื่อง "sanctuary" กับ "RAINBOW -nisha rokubou no shichinin-"ครับ ส่วนหนังสือส่วนมากก็จะเป็นเรื่อง non-fiction น่ะ หนึ่งในนั้นมีที่ชื่อว่า "mono kuu hitobito" ที่ผู้จัดการให้มา เป็นสภาพจริงของแต่ละประเทศในโลกเต็มไปหมดเลย ก็เป็นหนึ่งเล่มที่ชอบครับ" 

ช่วยบอกลักษณะนิสัยของเมมเบอร์สั้นๆหน่อย!
"ไอบะคุง: เป็น mood maker ที่ช่วยทำให้คนรอบข้างสดใสเฮฮาขึ้นมา
โอโนะคุง: ถึงจะดูเรื่อยๆสบายๆ แต่ก็มี "บรรทัดฐาน" ของตัวเอง มีอีกด้านนึงที่ไม่โอนอ่อนผ่อนตามให้ตัวเองอย่างรุนแรงด้วย
นิโนมิยะคุง: ก็...เป็นคนเก่ง และก็ไม่ว่าอะไรก็สามารถทำได้โดยไม่มีข้อบกพร่อง
มัตสึโมโต้คุง: เป็นคนที่มุ่งมั่นไปข้างหน้า จริงจัง แล้วก็ขยันครับ

สถานที่ที่ติดตรึงในใจของซากุไรซังผู้รักการท่องเที่ยวคือที่ไหน? แล้วจากนี้อยากลองไปที่ประเทศอะไร?
"ภาพที่ติดประทับใจเลยก็คือ โคลอสเซียมที่มีการเปิดไฟประดับตอนกลางคืนที่โรม กับทัชมาฮาลของอินเดีย ทัชมาฮาลเนี่ยเพราะสนใจในตำนานที่ว่า "กษัตริย์สร้างอุทิศเพื่อราชินี" น่ะ หลังจากนั้นแผนการที่จะสร้างทัชมาฮาลสีดำให้ตนเองนั้นค่อนข้างใช้เงินมากเกินและอำนาจการปกครองก็ถูกโค่นล้มก็เลยไม่สามารถสร้างได้... สำหรับประชาชนที่นั่นมันก็เป็นเรื่องที่กวนใจอยู่ แต่ว่าความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของกษัตริย์ ทำให้รู้สึกสะเทือนใจกับความรู้สึกที่มีต่อราชินีน่ะ จากนี้ที่อยากไปก็เป็นเอธิโอเปีย ทั้งเป็นประเทศเอกราชสุดท้ายในแอฟริกาด้วย และก็เป็นสวรรค์ของเรกเก้อีกตะหาก" (เอ่อ...เรกเก้มันจาไมก้าไม่ใช่เหรอ??)

เพลงที่ชอบฟังช่วงนี้คือ?
"เป็นวงที่ชื่อ Wagner Love ครับ ให้ความรู้สึกเป็นแนวผสมๆระหว่าง Jamiroquai กับ Maroon5 จังหวะสนุกๆน่ะ โดยทั่วไปส่วนมากก็ฟังดนตรีของคนผิวดำซะมากนะครับ"

(ตอนแรกสะดุดตรงที่บอกว่าเหมือน Jamiroquai เพราะว่าชอบเพลงเค้า เลยลองไปฟังๆวงนี้ดูแล้วละ ชอบอ้ะะ ในเมืองไทยจะมีไหมหนอ...ใครอยากลองฟังเข้าไปในมายสเปซเค้าพลางๆก่อนนะ ^^)

ในฐานะผู้รายงานข่าวใน NEWS ZERO มีข่าวไหนที่ประทับใจที่สุด?
"จริงๆแล้ว...นับไม่ถ้วนเลยละ toyako summit, สัมภาษณ์ในรัฐสภา... ล่าสุดก็ความชื่นชมยกย่องที่มีต่อเหล่านักกีฬาผ่านจากโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ก็เพิ่มยิ่งขึ้นมาด้วย สิ่งที่ระลึกในใจเวลาที่รายงานข่าวก็คือ "แทนที่จะพูดอะไรให้ยุ่งยากเหมือนคนที่มีเหตุผล ผมจะพูดในแบบของผมที่อายุ 27 แล้ว แม้จะดูเหมือนเด็กไปบ้างนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร" จากนี้ไป ผมคิดว่าอยากจะฟังเรื่องราวจากคนในวัยเดียวกันมากๆครับ" 

กับผู้หญิงอายุเลขสาม คุณคิดยังไง?
"จะว่าไป ก็เกือบจะเท่าวัยผมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? (หัวเราะ) ถ้าพูดในความหมายด้านความก้าวหน้าแล้ว
คงไม่คิดถึงอายุหรอกเนอะ ตัวผมเองถ้าพูดถึงวัยสามสิบละก็...เพราะมีอยู่อย่างนึงที่ผมคิดว่า "ผู้ชายนั้นเริ่มจาก30"
จนกว่าจะถึงตอนนั้นผมก็อยากจะยืนขาของตัวเองได้ในฐานะคนในสังคมคนนึง ก่อนหน้านี้ก็เคยถกแย้งกับพ่อแม่อยู่
อย่างการที่เริ่มเข้าใจความแตกต่างของหนังสือสำเนาสำมะโนครัวกับหนังสือคัดย่ออะไรพวกนี้ (หัวเราะ)
อา...พักเรื่องที่เป็นจริงเป็นจังไว้ก่อนดีกว่า (หัวเราะ) ด้วยการไม่จำกัดความเป็นไปได้ให้แคบลงและบุคลิกที่ว่า
"ก่อนอื่นต้องลองทำดู" ผมอยากจะสร้างการสะสมที่ดีไปจนอายุ30ครับ"

เสื้อผ้าถูกใจที่เพิ่งซื้อในช่วงนี้?
"เสื้อกันลมมีฮู้ทครับ (พูดแล้วก็โชว์ฮู้ทสีเทาที่ซับในเป็นสีรุ้ง น่ารัก!) เพราะว่าใส่แล้วมันทำให้รู้สึกอารมณ์ดี
นอกจากนี้เลยซื้อสีเขียว แดง ม่วง ต่างกันอีก4สีไว้ด้วย แต่ใส่ตามลำดับการซักมากกว่าตามอารมณ์นะครับ (หัวเราะ)
แล้วก็สั่งตัดสูทด้วยผ้าจากอังกฤษกับอิตาลีละมั้ง ให้เขาปักชื่อลงไปด้วย... เอาไว้ใช้ในงานพิธีสำคัญๆน่ะครับ (ยิ้ม)"

ขอบคุณพี่ปอยที่ให้ยืมเครื่องลงค่ะ แหะๆ