ก่อนอื่นต้องเขียนไว้ตรงนี้เลยว่า ไม่คิดว่าโพสนี้จะมีตอนต่อ
เพราะว่าชีวิตเราหลังจากโพสนั้นก็แห้งเหี่ยวไม่มีอะไรเอาซะเลย
 
ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตสาวโสดของเรา!
ความจริงเราเขียนโพสนี้ต่อด้วยความรู้สึกสองจิตสองใจว่าจะเขียนหรือไม่เขียนดี
ใจนึงก็รู้สึกว่า รออาทิตย์นี้อีกครั้งก่อนไหม เผื่อเหตุการณ์อะไรๆมันจะพลิก
แต่อีกใจนึงก็รู้สึกว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์มันพลิกจริงๆ ก็อยากจะบันทึกความรู้สึกตอนที่มันยังพองโตมากๆเอาไว้
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า...
ท้าวความไปเมื่อเดือน12 วันที่ 11 เราไปงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่ากับเพื่อน
แต่ขอตัวกลับมาก่อนตอนประมาณบ่ายสอง กว่าจะมาถึงสถานีคิตะเซนริก็ประมาณบ่ายสามได้
เราก็ขอเพื่อนแวะซื้อกาแฟที่สตาร์บัคส์
ทีนี้พนักงานที่เป็นคนทำให้น่ารักมากกกกกกกกกกก เราก็แอบคิดในใจว่า น่ารักอ้ะๆๆๆ
ทีนี้พอเค้าส่งถุงให้เราก็รับมา แต่พอหันมาหาเพื่อน เพื่อนก็ทักว่า "เฮ้ยแพรน่าแดงมากอ้ะ"
เราก็เฮ้ย นี่เราออกอาการขนาดนั้นเลยเรอะ! คิดว่าพยายามโปกเกอร์เฟซแล้วนะ!
แต่ก็ออกจากร้านมาแล้ว ไม่ได้ทำอะไรมาก แค่ไปกริ๊ดกร๊าดใส่ในเฟซบุ๊ค
 
หลังจากนั้นเราก็คิดว่าอยากเจอเค้าอีกจัง แต่ก็ไม่รู้ว่าเค้าทำงานวันไหนยังไง
แล้วก็ยังไม่ได้กระตือรือร้นอะไรมากนัก
 
จนกระทั่งผ่านมาอีกสามเดือนกว่า วันที่ 22 เดือน4 เราก็นัดเจอกับพี่ยุ้ยที่สตาร์บัคส์
เพราะว่าจะไปงานเลี้ยงส่งคาโอริจังด้วยกัน ทั้งที่วันนั้นไปตอนเช้า แต่ก็เจอพี่สตาร์บัคส์อยู่ที่ร้าน
ตอนนั้นดีใจมากอะ อย่างที่บอกว่าไม่รู้ว่าเค้าทำงานวันไหนกี่โมง เราก็กะเวลามาไม่ได้
แต่ที่รู้แน่ๆก็คือเค้าทำที่นี่วันอาทิตย์แน่นอน บวกกับเดือนเจ็ดเราจะสอบวัดระดับ
ก็เลยตั้งใจว่าจากนี้จะมาอ่านหนังสือที่สตาร์บัคส์ทุกอาทิตย์
 
ทว่าอะไรๆมันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด
เพราะอาทิตย์ต่อมาติดทริปไปคิวชู อีกสองอาทิตย์ต่อมาติดงานไบท์ไทยเฟส
เกือบเดือนอะที่จะไม่ได้เจอ ตอนนั้นแอบเฟลๆไปเลย
 
แต่หลังจากนั้นเราก็ไปติดกันสามอาทิตย์ ไปทุกครั้งก็คือนั่งอ่านหนังสือสอบวัดระดับบ้าง
อ่านคันจิของคุนิคะตะบ้าง เขียนรายงานบ้าง ระหว่างพักสายตาก็แอบมองพี่สตาร์บัคส์ไป
และพ่อเจ้าประคุณก็เหมือนจะมีเรดาร์ไว คือรู้ว่าถูกมองเมื่อไหร่ ก็จะหันมาทางนั้นทันที
ซึ่งนั่นทำให้เราเขินค่ะ! แอบมอง(แบบไม่ให้เค้ารู้ตัว) ลำบากนิดนึง
 
อ้อใช่ นอกจากนี้ยังมีโมเม้นท์ที่ทำเราเพ้อมาก (ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็ไม่มีอะไรอะนะ)
คือช่วงนั้นสตาร์บัคส์กำลังจะเปลี่ยนเครื่องดื่มใหม่ เค้าก็มีการเอาขนาดทดลองชิมมาแจกในร้าน
ประเด็นคือพี่สตาร์บัคส์แกเป็นคนมาแจกค่า!
แล้วเวลาพี่แกแจกนี่คือเค้าจะถือถาดมาแล้วก็มาลดตัวลงคุกเข่าข้างๆโต๊ะ แนะนำๆเครื่องดื่ม
ครั้งแรกที่เอามาให้เป็นมัจฉะแฟรปใส่ช็อกโกแลต อร่อยมากกกกกก (อันนี้พูดจริงไม่ลำเอียง)
จำได้ว่าชื่อมันยาวมาก ตอนเค้ามาแนะนำก็พูดชื่อแล้วบอกว่า มันยาวมาก ><
(เออ บอกมาฉันก็จำไม่ได้หรอก สมองหยุดทำงานไปแล้ว)
แนะนำๆเสร็จ ส่งยิ้มแล้วก็จากไป เราแบอยากกริ๊ดมากตอนนั้นแต่อยู่คนเดียวทำอะไรไม่ได้
ก็เลยมากริ๊ดใส่ทวิตเตอร์แทน ฮ่าๆๆ
อาทิตย์ต่อจากนั้นก็มีพนักงานผู้หญิงเอาแพชชั่นแมงโก้แฟรปมาให้ลอง (ซึ่งเราไม่ได้สนใจ ฮ่าาา)
แล้วอาทิตย์ต่อมาอีก เราไปพร้อมกับเพื่อนโปแลนด์กับเกาหลี
ทีนี้พอเราเห็นเค้าถือถาดใส่แก้วเล็กมาเราก็เริ่มหวังละว่า จะมาโต๊ะเราไหมวะๆ
 
ปรากฎว่าไม่มาค่ะ! เล่นเอาเซ็งไปเลยทีเดียว
อ่านๆไปเพื่อนก็ขอกลับก่อน ส่วนเราของนั่งอ่านบวกดูพี่สตาร์บัคส์ต่อ
 
แล้วพี่เค้าก็เอามาให้เราตอนนั้นล่ะ!!!!
มาแนวเดิมเลย ถือถาดมา นั่งคุกเข่าข้างโต๊ะ แนะนำๆๆ
แต่เพราะไม่ใช่ครั้งแรกแล้ว เราจึงทำใจกับระยะใกล้เท่านั้น แล้วก็ยิ้มๆพยักหน้าฟังเค้าไป
ประมาณว่า โอ้ได้เห็นหน้าในระยะใกล้แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว
 
ทีนี้เราก็พล่ามให้ทุกคนฟังแหละว่าเราชอบพี่สตาร์บัคส์คนนั้น
แต่เราก็ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเค้าเลย เรียกว่าพี่สตาร์บัคส์ๆมาตลอด
เวลาก็เหลือน้อยลงๆทุกที
 
ก็คิดแหละว่าอยากทำความรู้จัก แต่อยู่คนเดียวเราก็ปอดอะ
จนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (6/24) เราก็ไปสตาร์บัคส์เช่นเคย
อ่านๆๆๆๆหัวฟู เพราะว่าใกล้สอบแล้ว แต่ยังอ่านไม่ถึงไหนเลย
แถมตอนแรกในร้านที่นั่งเต็ม เลยต้องไปนั่งนอกร้าน แอบคิดว่าวันนี้คงดวงไม่ดีแฮะ แอบมองลำบากกว่าเดิม
แต่พอเข้าไปสั่งแก้วสอง (ซึ่งพี่สตาร์บัคส์เป็นคนรับออร์เดอร์><)ก็เจอที่นั่งพอดีเลยย้ายเข้ามา
ตอนสั่งนี่ก็โก๊ะมาก จะสั่งซอยลาเต้เย็น แต่ดันบอกว่าร้อน คือสมองส่วนภาษาไม่ทำงานมากอ้ะต่อหน้าคนนี้
 
ระหว่างนั่งอ่านไปก็มีเพื่อนคนไทยเข้ามา เราก็เลยชวนนั่งแล้วบอกว่าเนี่ยแหละพี่สตาร์บัคส์ที่เรากริ๊ด
เพื่อนเราก็เลยเชียร์ให้ใหญ่เลยว่าให้เข้าไปคุยไปถามชื่อ แต่เราปอดมากกกกกกก
คุยไปคุยมาก็เลยแอบถามเพื่อนญี่ปุ่นของเพื่อนอีกที (งงปะ?) ที่เป็นหนุ่มป็อปในมิโนแคมปัส
ว่าถ้าเกิดกรณีแบบนี้จะทำยังไงดี อยากทำความรู้จัก
ตอนแรกเค้าตอบมาว่าให้เขียนเมล์ตัวเองส่งให้เลย แต่แบบรูปร่างหน้าตาอย่างฉันเนี่ย
ให้ไปเค้าคงไม่ตอบมาหรอก! คำแนะนำนี้เลยตกไป ขอเป็นถามชื่อละกัน
เค้าก็เลยให้ประโยคมาว่า すみませんが、お名前を教えていただけませんか。
เราก็จำๆไว้ ระหว่างทำใจรวมความกล้าก็นั่งบิดไปบิดมา
แถมปวดท้องมากจนต้องไปเข้าห้องน้ำสองรอบ (บ้ามาก)
เพื่อนก็ดีมาก อดทนนั่งบิวท์ความกล้าให้เราจนกระทั่งหาจังหวะเหมาะตอนประมาณทุ่มกว่าๆ
คนในร้านน้อยแล้ว มีพนักงานอยู่แค่สองคนในเคาน์เตอร์
เราก็ลุกขึ้นไปสั่งชา ก็คุยๆว่ามีชาแบบไหนอะไรบ้าง สุดท้ายสั่งเสร็จก็ไปยืนรอตรงท้ายเคาน์เตอร์
ระหว่างนั้นเป็นจะเป็นแล้วอ้ะ! ถาม?ไม่ถาม?ถาม?ไม่ถาม?
หันมาหาเพื่อนๆถามว่า "ให้ไปอยู่เป็นเพื่อนไหม?" เราก็พยักหน้าแบบโอยจะเป็นลมแล้ว
ทีนี้พอพี่สตาร์บัคส์เค้าส่งแก้วให้ เราก็ถามเค้าไปอย่างประโยคข้างบนนั้น
(ซึ่งพูดไปได้ครึ่งประโยคก็เสียงต่ำลงเรื่อยๆเพราะเขินมาก)
 
คือเราก็แอบคิดว่าเค้าจะปฏิเสธไม่บอกรึเปล่านะ เพราะเราก็เป็นใครไม่รู้
แถมคนญี่ปุ่นก็ดูคิดมากเรื่องprivacyด้วย
แต่เค้าก็บอกเราอ้ะ!! ><
ตอนบอกเค้าก็โค้งตัวลงนิดนึง พูดเสียงเบาๆว่า "ทะนะกะ อะทสึชิ"
(จำไม่ได้แล้วว่าลงท้ายว่าといいます。หรือว่าです - สมองดับไปแล้วเรียบร้อย)
ทีนี้ด้วยความสมองดับของเรา ก็ไปโบเคะใส่เค้าว่า "ทสึชิ?"
เพราะว่าฟังไม่ถนัด เค้าก็บอกอีกรอบว่า "อะทสึชิเดส"
เราก็ยิ้ม(คิดว่าตอนนั้นคงหน้าบานมาก) บอกว่าไฮ่ แล้วก็หยิบแก้วมา
ตอนนั้นก้มหน้างุดแล้วอะ เพื่อนที่ยืนข้างๆก็บอกว่า แกหน้าแดงมากอ้ะ
เราก็ยิ่งเขินใหญ่ หยิบไซรัปใส่ชามือยังสั่นอ้ะคิดดู
คนๆชิมๆแล้วก็รีบกลับมานั่งที่โต๊ะ ก้มหน้างุดๆ เอาหัวปักโต๊ะ เอามือนาบหน้า (หน้าร้อนมาก)
ใช้เวลาประมาณหลายนาทีกว่าหน้าจะหายแดง จุดนั้นคือไม่กล้ามองหน้าพี่สตาร์บัคส์แล้ว
เกิดมายี่สิบเอ็ดปี เป็นโอโตเมะมากสุดๆก็วันนี้ละค่ะ!
เพื่อนที่ไปด้วยกันก็บอกว่า หลังจากนั้นเค้าก็มองมาทางนี้นะ
แต่เรานี่ไม่กล้ามองไปทางเค้าแล้ว นั่งทำใจให้สงบกับเพื่อน แล้วก็อ่านหนังสือต่อ (มันบ้าปะล่ะ!!)
วันนั้นลงท้ายด้วยการอยู่ร้านจนถึงเกือบสี่ทุ่ม บ้ามาก อ่านจนจบบทที่20
ให้พนักงาน(ผญ.)ล้างแก้วให้ ระหว่างนั้นเราก็แอบมองพี่สตาร์บัคส์เช็คความเรียบร้อยก่อนปิดร้าน
คือท่าทางตอนนั้นมันน่ารักมาก ><
 
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา พอคิดถึงเรื่องวันนั้นทีไรก็จะใจเต้นแรงมาก หน้าแดงมาก
แม้กระทั่งตอนที่เขียนโพสนี้ก็ยังใจเต้น
แต่อย่างที่บอกต้นโพสว่าอาทิตย์นี้ถ้าเราไปมันจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้
ก็เลยอยากจะบันทึกความรู้สึกในตอนนี้เอาไว้ ว่ามันตื่นเต้น ดีใจ มีความสุขมากขนาดไหน
อีกประมาณสองเดือนที่เหลืออยู่ ถึงจะได้แค่อาทิตย์ละวัน ก็จะขอแอบมองไปเรื่อยๆนะพี่สตาร์บัคส์♥

Comment

Comment:

Tweet

ท่าทางจะตื่นเต้นสุดๆเลยนะคะนั่นconfused smile

#4 By nancy (103.7.57.18|124.122.95.225) on 2013-03-08 11:57

นึกว่าผีขี่คอซะอีกเลยหนักไหล่ ฮ่าๆๆๆconfused smile confused smile
...เผ่น

#3 By Razor (103.7.57.18|110.168.96.152) on 2013-03-07 12:59

ความรักมักหนักไหล่
ถ้าอยากหายหนักก็สารภาพรักไปเล้ย วู้วววว cry cry

#2 By ::Materia Hunter:: on 2012-07-04 01:29

คือ แอบเข้ามาอ่าน อยากจะบอกว่า
อ่านแล้วเขินตาม(ทำไม)ล่ะ
ไม่รู้หน้าแดงตามด้วยรึเปล่า ฉากมันการ์ตูนมากเลยอะคะ หยั่งกะอ่านฟิคสักเรื่อง อร๊ายยยยย
ถ้ายังไง ก็สู้ๆนะคะ double wink