ワクワク旅

posted on 29 Jun 2012 09:51 by sakuraiohno in dekigoto
2012.6.16
วันเสาร์ เราต้องออกเดินทางไปขึ้นบัสกลางคืนตอนห้าทุ่ม แต่ก็กระวนกระวายอยู่ในห้องทั้งวัน
ซักผ้า เตรียมข้าวของ (ซึ่งส่วนหนึ่งเตรียมไว้ล่วงหน้านานมาก)
เอาไปทั้งน้ำหอม ที่เช็ดตัว (เพราะว่าจะไม่ได้อาบน้ำ)
แปรงสีฟัน ยาสีฟัน กล้องส่องทางไกล แว่นตา ร่ม เสื้อผ้าเผื่อเปลี่ยน สตุ้งสตางค์
ชาร์จทุกอุปกรณ์ให้แบตเต็ม เพราะอาจไม่มีที่ชาร์จ
แล้วก็กินอะไรรองท้อง แล้วก็ทำโน้ตวิชาประวัติศาสตร์ของซาโนะเซนเซเอาไว้พกไปอ่าน
(นั่น เป็นเด็กดีมาก)
รอจนกระทั่งทุ่มนึงค่อยไปอาบน้ำสระผมอย่างพิถีพิถัน
แต่ตอนโกนขนหน้าแข้งแอบเลินเล่อไปนิด ทำข้อเท้าเป็นแผลเลือดไหลเยอะมาก
คือแอบรู้สึกกลัวเป็นลางไม่ดีเล็กๆ แต่ก็รีบมาทำแผลแต่งตัวรอเวลาออก
แต่นะ พอออกมาปุ๊บปรากฏว่าฝนตก เซ็งมาก ก็พยายามไม่ให้หัวเปียกนะ อุตส่าห์สระแล้ว
แล้วก็รีบออกมารอรถก่อนครึ่งชั่วโมงได้ ไปนั่งหลบฝนในตึกบี
จนอีกประมาณสิบนาทีก็ออกไปรอแถวๆประตู
โชคดีฝนหยุดตกก็เลยไปรอตรงป้าย แอบเจอแมลงสาบออกมาเดินเล่น หยึยมาก
แล้วก็ขึ้นรถจาก間谷住宅4 ไปลงที่ 千里中央
ก่อนลงเลยถามคนขับซะเลยว่าป้ายหมายเลข0 มันอยู่ตรงไหน เค้าก็ชี้ๆให้ดู เราก็โอเค
เช็คที่ขึ้นแน่ใจแล้วยังมีเวลาเหลือก็เลยไปหาซื้อน้ำซื้อขนมปังไว้กินตอนเช้าที่ลอว์สัน
แล้วก็กลับมารอขึ้นรถ พอได้ขึ้นรถเห็นไฟยังเปิดสว่างก็เลยนั่งเจี๋ยมๆไปก่อน
เราล้างหน้ามาเรียบร้อย พอไฟในรถดับก็เลยแค่เอาสำลีมาส์กของมุจิชุบ雪肌精แปะหน้า
(คิดว่าคนในรถคงมีคนตกใจบ้างเวลามาเข้าห้องน้ำ 55)
ที่นั่งรถบัสของฮันคิวแอบไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ พยายามขยับๆพยายามหาทางนอน แต่ก็หลับๆตื่นๆตลอดทาง


2012.6.17
มาถึงสถานีโตเกียวตอนประมาณหกโมงครึ่ง อากาศร้อนๆอบๆบอกไม่ถูก
ก่อนอื่นก็หาห้องน้ำ ไปเจอห้องน้ำที่ดีมากกกกกที่นึง
มีปลั๊กไฟ(ที่พอเห็นปุ๊บก็เล็งว่าต้องเอามาชาร์จให้ได้ตอนชากลับ)
มีกระจกพร้อมให้แต่งหน้า ห้องน้ำห้องท่าดี ก็จัดการเข้าห้องน้ำ ซักแห้ง แปรงฟัน แต่งหน้า
(ซึ่งทำได้แค่การทากันแดด แปะคอนซีลเลอร์​แล้วก็ลงแป้งเท่านั้น) แล้วก็รีบออกเพราะจะไปต่อแถวซื้อของ
ก็ลงไปทางใต้ดินหาทางไปขึ้นสายมารุโนะอุจิ แต่สถานีมันกว้างใหญ่มาก
หาไม่เจอ สุดท้ายก็เลยถามพี่ชายที่ยืนยามอยู่แถวตู้กดตั๋วเจอาร์ เค้าก็บอกให้เราเลี้ยวซ้าย
เดินไปสักร้อยเมตรจะเจอทางเดินเชื่อม ก็เลี้ยวซ้ายอีกทีจากนั้นจะมีป้ายบอก
เราก็เดินตามที่เค้าบอกไปจนมาถึงสถานีโตเกียวของสายมารุโนะอุจิ
ใช้เวลาเดินทางเก้านาทีไปถึงสถานี 後楽園 ก็เริ่มเห็นเด็กมอต้นติ่งๆกับสาวๆที่ดูน่าจะเป็นแฟน
พอลงสถานีอีพวกเด็กติ่งก็รีบวิ่งไปต่อแถว (ซึ่งเอาจริงๆแล้วค่าเท่ากันมาก เพราะของหมด555)
แต่ตอนนั้นฝนตก พื้นตรงโดมลื่นง่ายมาก เราก็เลยเดินช้าๆระวังๆดีกว่า
จากนั้นก็เป็นการต่อและรอ รอ รอ รอ รอ และรอ
เพราะว่าเซมไปตื่นสายก็เลยอาจจะมาถึงช้า
เราก็ต่อรอไปเรื่อยๆ ว่าจะซื้อเคลียร์ไฟล์ให้ ปรากฏว่าพอแถวร่นไปใกล้ทางเข้าซุ้ม
เค้าประกาศว่าเคลียร์ไฟล์ขายหมดทุกเซนเซค่ะ ฟรักกก
แฟนญี่ปุ่นๆก็เหๆ ยะดะๆ บางคนเดินออกจากแถวไปเลย (เป็นอะไรที่ขอบคุณมาก)
แต่ขนาดบอกว่าเคลียร์ไฟล์หมด คนก็ยังเบียดกันมหาศาลอยู่ดี เป็นอะไรที่แอบรำคาญ
ไหนๆก็ต่อมาสองชั่วโมงได้แล้วก็ซื้ออะไรสักหน่อยละกัน
เลยเข้าไปซื้อแบดจ์สองอัน สมุดโน้ตเล่มนึง กระเป๋าเล็กน่ารักใบ กับอัลบัมรูปเซนเซ
ที่เหลือเค้ามาไฟท์ที่โอซาก้าละกัน
ซื้อเสร็จก็เลยอยากหาที่นั่งพักขาแต่สตาร์บัคส์ตรงนั้นที่เป็นร้านเดียวที่เปิดในลาควาคนเยอะมากกกแบบไม่น่าจะหาที่นั่งได้ ที่จริงก่อนเราสั่งมันก็มีคนลุกแหละ แต่แบบจะเอากระเป๋าไปวางจองมันก็ดูทุเรศปะ ตัวเองก็ยังไม่ได้ซื้อ แต่สุดท้ายก็โดนคนยังไม่ได้ซื้อคนอื่นแย่งไป ทำเอาเซ็งมากขึ้นอีกหนึ่งลำดับ
ซื้อเสร็จก็ลองมาหาที่นั่งข้างนอกแต่ฝนก็ตกลงมาอีก เลยไปยืนในร่มตึกของลาควารอพี่บุ๊คมา
จุดนั้นคือเซ็งคนมากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งอีเด็กเกรียนที่แย่งที่นั่ง
และอีเด็กเกรียนอีกกลุ่มที่มายืนเบียด (ทั้งที่ที่ยืนก็มีอีกตั้งมาก)
แต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์ เอาชีทกับโน้ตของซาโนะมายืนอ่าน
ตอนประมาณสิบโมงครึ่งพี่บุ๊คก็มา ซึ่งตอนสิบเอ็ดโมงเค้าต้องเข้าไปดูรอบแรกแล้ว
คืดจุดนั้นก็เซ็งมากอะ โกรธตัวเองที่โง่มากไม่ถามซะก่อนว่าดูรอบแรกรึเปล่า
จะได้หาที่ปักหลักไม่ต้องมายืนแกร่วให้เมื่อยให้เสียอารมณ์
แต่จุดนั้นทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็ระบายๆกับเซมไปและฝนไป ก่อนจะแยกไปหาที่ปักหลัก
อย่างว่าว่าพอเป็นอาราชิ แถมวันอาทิตย์ คนแม่งก็มหาศาลเป็นธรรมดา
โดยเฉพาะร้านถูกๆ เด็กติ่งเกรียนเต็มไปหมด เราก็เลยเดินซื้อปากกาดินสอในร้านมูมิน
ก่อนจะเดินมาหาร้านแถวสถานีโคระคุเอ็น ความจริงก็อยากนั่งแมคแต่รู้ว่าคนต้องล้นแน่ๆ
เลยตัดสินใจเข้าร้าน Afternoon tea ที่ดูหรูมาก
และราคาก็แพงสมหน้าตาร้านจริงๆ เราสั่งเซ็ทชาหนึ่งกากับสโคนสองชิ้น
ทั้งหมดราคาประมาณพันหนึ่งร้อยเยนจ้าาาาา แพงสาดดด
แต่เราก็นั่งจนคุ้มตั้งแต่สิบเอ็ดโมงยันบ่ายโมงครึ่ง อ่านซาโนะ ฟังเกิร์ลเจนในไอพอดพี่บุ๊คจนแทบร้องได้
แล้วพี่บุ๊คกับฝนก็ออกมา จากนั้นก็ไปเจอโชโกะซังเมนจุนเพื่อนพี่บุ๊ค
เค้าขับรถมาก็เลยพาไปกินร้านโกเอมอนที่ขายสปาเกตตี้ ก็กินสปาเกตตี้ไปคุยกันไป
ที่แอบรู้สึกคือโดนบอกว่า ไม่ชอบสำเนียงโอซาก้า ไม่ชอบโอซาก้าอะไรทำนองนี้
คือก็รู้ว่าคงไม่ได้หมายถึงเรา แต่ก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้
ทำไมถึงต้องไม่ชอบกันด้วยก็ไม่รู้แฮะ...

เอาเป็นว่ากินเสร็จก็ขอแอบไปแต่งหน้าในห้องน้ำนิดนึง (ในที่นี้คือกรีดอายไลน์เนอร์
เติมแป้งนิดนึง แล้วไปปัดแก้มต่อในรถโชโกะซัง) แล้วก็กลับไปโดม โดยมีโชโกะซังไปส่ง
กราบขอบพระคุณมากๆมา ณ ที่นี่นะคะ

มาถึงก็ว่าจะไปถ่ายพุริที่ระลึกกันหน่อย ปรากฎว่าแถวยาวมากกกกก
ยอมแพ้ถ่ายไอโฟนเอาก็ได้วะ แล้วก็เลยเตรียมๆตัวเข้าโดมเลย
ฝนมีแวะซื้อถ่านใส่ที่อัดเสียงนิดนึง ส่วนเราก็กดอัดจากไอพอด แล้วก็เข้าโดมกัน
ที่นั่งไม่ห่างกันเท่าไหร่เลย เข้ามาก็ส่องๆดูรูปอาจารย์ใหญ่ก่อนเลย
ฮาของซกรมาก เพราะมันเหมือนผู้พันแซนเดอร์ของเคเอฟซีสุดๆ

จากนั้นเนื้อหาก็น่าจะเหมือนในที่คนส่วนใหญ่เขียนกัน (นัยว่าขี้เกียจพิมพ์แล้ว 55)
มันเป็นรอบสองวันเกิดโนะ คือก็คิดอยู่แล้วว่าบรรยากาศมันคงไม่เฟรชเหมือนรอบแรก
แต่แอบฮาตรงที่เปลี่ยนสตรอเบอรี่เป็นอุเมะโบชิ หน้าโนะตอนโดนไอบะป้อน(กริ๊ด)นี่ฮามากอะ
สรุปแบบสั้นมากๆคือ
วิชาโนะ: สนุกดีนะ ซกร.มาวิ่งแถบเราพอดีก็เลยได้ส่อง
วิชาไอบะ: ฮาที่เอาวาซาบิป้ายซูชิอย่างเยอะมาก สงสารโออะ กินแล้วทำหน้าแหยเอานิ้วบีบจมูก
แต่ก็ขำกลิ้งอยู่ดี
วิชาซกร: เหมือนนั่งดูซีโร่ว์แบบสดๆเลยจ้า แต่ส่วนมากเราก็อาบแต่ชาวเวอร์ แล้วก็ไม่ได้เปิดน้ำทิ้งไว้
รับรองว่าเราประหยัดน้ำแน่นอนจ้ะ♥
วิชาน้องจุน: เอาจริงดูแล้วแบบคิดถึงแม่มาก น้ำตาจะไหล จุนแม่งง เป็นคนที่ชอบพูดอะไรซึ้งอะ
ตอนที่แฮปนิโนะก็เป็นช่วงคลาสของจุนนี่แหละ
วิชาโอ: คือต่อจากซึ้งๆก็ตัดอารมณ์มาฮาแตกกับโอจัง เพลงที่โอร้องด้นสดในนั้นอะ คือเราก็ไม่รู้ว่า
ใช่รึเปล่านะ แต่ตอนสุดท้ายมันเพลง my way ชัดๆอะ พอโอร้อง "เอะกาโอะนิ น้าาาาา เรรรรร"
เรานี่ขำก๊ากออกมาเลยอะ คิดว่าน่าจะเอามาจากเพลงนี้จริงๆนะ
 
เสียดายนิดหน่อยที่ไม่ค่อยมีช็อทอะไรของยามะ
ที่จำได้มีตอนเปิดโรงเรียนที่ซกร.เค้าพูดส่งให้โอโนะซังออกมาพูด
ตอนคลาสของใครสักคนที่เค้านั่งท่าเดียวกันเลย (วาดรูปไว้ในสนุดโน้ตด้วย 555)
แล้วก็ตอนคลาสโอที่พอโอร้องเพลงด้นสด ซกร.ก็แซวว่าเล่นเยอะขนาดนี้เดี๋ยวได้ออกทีวีคนเดียวแน่
เพราะว่ารอบนั้นมีสื่อเข้ามา โอก็เลยบอกไปว่า "อย่าเอาตรงที่ร้องเพลงไปใช้เลยนะ"
(แต่รู้สึกเค้าจะเอาไปออกอากาศนะ ฮาาาา โอรั่วมาก)
 
แล้วตอนสุดท้ายก็ร้องเพลงฟุรุซาโตะ (ซึ่งเราร้องไม่ได้ ฮาาา)
จบออกมาแบบมึนๆงงๆ ทีนี้ตอนออกก็มีเรื่องสนุกๆอีกอย่าง
คือเวลาคนจำนวนมหาศาลกรูออกมาจากโดม มันก็ต้องมีวิธีไล่คนออกเร็วๆ
มันเลยมีประตูพิเศษข้างๆ ที่เค้าจะเป่าลมแรงมากกกกกกกก
ประมาณว่าพอเดินออกจากประตูปุ๊บก็จะโดนลมดันหลังให้ออกไปไกลๆทันที
แต่มันสนุกมากกกกกกกกอ้ะ ขนาดว่าอยากกลับเข้าไปเดินออกมาเล่นอีกรอบ
(ในขณะที่คนอื่นดูอิยะกับมันมาก 5555)
 
ออกมาแล้วก็เพ้อๆกันสามคน แล้วก็เลยหาร้าน(ความจริงไม่ได้หิวมาก แต่ทุกคนต้องการที่นั่งเม้าท์)
และก็เพราะงานเพิ่งเลิก ร้านทุกร้านก็เลยเต็มๆๆๆๆไปหมด มาจบที่ร้านอาหารจีน
เราสั่งบะหมี่กุ้งมา น้ำซุปเหมือนแกงจืดมาก อร่อยยยยย
ก็เลยกินๆเม้าท์กันจนประมาณสามทุ่มได้ ทีนี้เราต้องกลับจากสถานี 後楽園 ก็เลยต้องไปทางนั้น
ทุกคนก็เลยมาทางสถานีนี้ แต่ปรากฎว่าพอเดินมาใกล้ๆก็เห็นแฟนจำนวนหนึ่งกำลังยืนรอตามสะพานลอย
ตามถนน ก็เลยคิดกันว่า เอ๊ะ...หรือว่าหนุ่มๆกำลังจะออกมา??
ไหนๆก็ไหนๆแล้วทุกคนเลยถือโอกาสรอ เพราะแฟนๆที่ยืนรอดูจริงจังมากแบบไม่น่าจะพลาด
รอได้สัก5-10 นาทีก็มีรถสีดำสี่คัน สีขาวคันนึงออกมา สรุปเป็นห้าคัน ซึ่งเราว่าน่าจะเป็นหนุ่มๆนั่นแหละ
รถติดฟีล์มซะดำมิดเมี่ยมขนาดนั้น ก็แอบโบกมือเกรียนๆไปนิดนึง แล้วก็แยกย้าย
เพราะทุกคนไปกันคนละทางหมดเลย เลยต้องแยกกันที่สถานี ;_;
แยกมาแล้วเราก็กลับมาสถานีโตเกียว เดินหาที่ขึ้นรถ
คราวที่แล้วเกือบมาไม่ทัน ตอนขึ้นที่ชินจุกุ ก็เลยแอบกลัวๆ รีบมาเดินหา แต่พอใกล้เวลาก็ยังไม่เห็น
เลยชักกังวลๆ เลยไปถามพนักงานตรงนั้นตรงนี้แต่ก็ยังไม่เจอ
หนึ่งในคนที่เราไปถามเป็นรถเที่ยวกลับโอซาก้าของบริษัทนึง​(จำชื่อบริษัทไม่ได้แล้ว)
พนักงานเป็นคนคันไซ พอถามเค้าเค้าก็ตอบมาเป็นสำเนียงแบบคันไซๆว่า
ไม่ใช่คันนี้แล้วก็ไม่รู้ว่าของบริษัทนี้อยู่ไหนเหมือนกัน ขอโทษนะจ๊ะ
คือถึงเค้าจะตอบเราไม่ได้ว่ารถเราอยู่ไหน แต่ฟังสำเนียงเค้าแล้วอุ่นใจยังไงก็ไม่รู้แฮะ
เราคงจะเป็นคันไซจินไปแล้วสินะ...
 
แต่พอย้อนมาดูตรงที่เล็งลาดเลาไว้ ก็เจอรถพอดี เขียนตัวเบ้อเริ่มว่า โอซาก้าบัส
ก็เลยขึ้นรถทัน นอนยาวจนมาถึงโอซาก้าเอคิตอนหกโมงครึ่ง
มาถึงปุ๊บก็เริ่มปวดท้องตุ่ยๆเลย ลงรถมารีบหาห้องน้ำแต่ก็ไม่หายปวด
แถมกลับมาถึงมหาลัยประมาณแปดโมงก็ต้องมาอาบน้ำเตรียมไปเรียนคาบแรกตอนแปดโมงห้าสิบ
เป็นทริปที่โหดมาก แต่ก็สนุกมาก เป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ได้ลุยเดี่ยวทำอะไรหลายๆอย่าง
 
ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกคนที่เจอ(แน่นอนทั้งที่ดีและไม่ดี) ที่ทำให้ทริปนี้มีรสชาติ ฮ่าๆๆ

Comment

Comment:

Tweet