ひみつの嵐ちゃん:ブラックボードSP

posted on 30 Mar 2012 22:51 by sakuraiohno in report
ดูฮิมิทสึโนะอาราชิจังเมื่อวานแล้ว นอกเหนือจากความอิจฉาเด็กๆที่ได้ใกล้ชิดกับหนุ่มๆมาก (ฮ่าๆๆ)
ช่วงทอล์คตอนสุดท้ายก็เป็นอะไรที่ดีมากกกกกกก จนอยากจะบันทึกเอาไว้สักหน่อย
 
หลังจากไปตระเวนทั่วโรงเรียน พบปะเด็กๆแล้ว ก็เป็นช่วงที่ให้เด็กถามคำถาม
คำถามแรกมาจากเด็กที่ชื่อทาโร่ อายุสิบเจ็ด เล่นเบสอยู่ในวงออร์เคสตร้าของโรงเรียน
น้องถามว่า "ผมอยากเท่อะครับ คิดว่ามีอะไรที่ผมยังขาดตกบกพร่องไปบ้างไหม?"
 
คำตอบของโช
 
"ทาโร่ก็เท่อยู่แล้วนี่นา ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรที่ขาดตกบกพร่อง แต่เวลาที่เราทุ่มสมาธิกับอะไรบางอย่าง
หรือเวลาได้เห็นใบหน้าที่ไม่ค่อยมีโอกาสเห็นเนี่ย มันจะรู้สึกใจเต้นใช่ไหมล่ะ! 
อย่างทาโร่คุงก็ เบสใช่ไหม? ท่าทางเวลาที่ทุ่มเทให้กับมันสุดตัวเนี่ยต้อง มันต้องดูเท่อยู่แล้วละ
แทนที่จะไปเติมส่วนที่ขาด น่าจะมาเสริมสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้
จะเรียกว่าพรสวรรค์หรือความพยายามอะไรก็แล้วแต่เถอะ
อย่างนั้นน่าจะทำให้ดูเท่ขึ้นมาได้นะผมว่า แต่ว่าตอนนี้ก็เท่อยู่แล้วล่ะ!"
 
คำถามต่อไปมาจากหัวหน้าทีมเต้น ถามว่า เห็นอาราชิดูสนิทสนมกันมาก มีเคล็ดลับอะไรไหมคะ?
 
คำตอบของโช
 
"ด้วยวัยของทุกคนแล้วผมก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่หรอก แต่ถ้ามันมีคำตอบที่จะสะท้อนไปถึงกิจกรรมชมรม
หรือเพื่อนร่วมชั้นของทุกคนได้แล้ว ผมว่ามันน่าจะเป็น 'การตั้งระดับของความเกรงใจและการอดทน' นะ
การที่รู้สึกหงุดหงิด ไม่พอใจอะไรแล้วก็แรงใส่ไปทันทีเลยเนี่ยผมว่ามันไร้สาระ (nonsense) อยู่นะ
น่าจะอดทนดูสักครั้งนึง แต่ถ้าอดทนไปตลอด ก็จะไม่มีทางบอกคนๆนั้นได้ว่าเค้าแย่ตรงไหน
เพราะฉะนั้นตรงไหนที่สมควรบอก ก็บอกไป แต่ว่าก็ต้องตั้งระดับของความเกรงใจกับการอดทนเอาไว้
แล้วก็วัดระดับระยะห่างกับแต่ละคนไปอะไรแบบนั้นน่ะ"
 
ไอบะก็เสริมว่า 
"นอกจากนั้น เวลาที่อยู่ด้วยกันมันก็นานมาก บางทีนานกว่าที่อยู่กับครอบครัวด้วยซ้ำ
ตอนอยู่ม.สองเท่าๆกับทุกคนนี่ เราก็เริ่มมาซ้อมเต้นในจอห์นนี่ส์จูเนียร์เหมือนช่วงต่อเวลาของชมรม
จากตรงนั้นความผูกผันมันก็เริ่มขึ้นมา แล้วก็สะสมมาจนถึงทุกวันนั้น ผมรู้สึกอย่างนั้นนะ...ครับ แถ่นแถ้น!"
 
คำถามต่อไปมาจากเด็กอีกคน ถามว่า​"เคล็ดลับความเท่ของซากุไรคุงคืออะไรคะ?"
 
ชีถึงกับก้มปิดหน้ากับคำถามนี้
แต่ก็เงยขึ้นมาตอบว่า
 
"แต่ว่านะ... คำถามนี่... คือว่าคนเราอะนะ... (หัวเราะ) คือผมไม่เคยมีอะไรแบบนี้หรอกนะ
อยากจะถามเด็กผู้ชายด้วยซ้ำไป คือเราไม่พูดกับตัวเองหรอกเนอะว่า "เฮ้ยวันนี้เท่ว่ะ" ใช่มะ??
แต่สำหรับผม หรือที่จริงสำหรับทุกคนในอาราชิแล้ว การทำเท่หรือว่าแสดงให้คนเห็นว่าเท่เนี่ย
ส่วนหนึ่งมันเป็นงานของพวกเราอยู่แล้ว แต่ว่าเราก็พยายามแสดงให้เห็นอีกด้านนึงอยู่เหมือนกัน
การเผยด้านที่ไม่ได้เรื่อง ด้านที่น่าอาย หรือเรื่องที่ไม่น่าภูมิใจของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ผมว่ามันก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่นะ.... แล้วไอบะซังที่คิดว่าตัวเองเท่อยู่ตลอดนี่คิดยังไงบ้าง??"
 
ไอบะโดนแซวก็เลยตอบว่า
"เดี๋ยวก่อนนะ ฉันไม่เคยคิดอะไรอย่างนั้นเลยนะเว้ย แล้วก็ไม่ต้องโยนมาให้ฉันนักก็ได้!"
 
ชีก็เลยถามว่า "แล้ว 'ที่มาของความสดใสร่าเริง' ของไอบะซังคืออะไรเหรอ?"
 
ไอบะก็ตอบว่า
"นั่นสินะ เคล็ดลับของความร่าเริงเหรอ? ผมว่า แทนที่จะหัวเราะเพราะว่ารู้สึกสนุก ผมคิดอยู่เสมอว่า
'หัวเราะอยู่เสมอแล้วเรื่องสนุกๆก็จะเกิดตามมา' มากกว่านะ ถ้ายิ้มแย้ม หัวเราะอยู่เสมอ เรื่องดีๆก็น่าจะเข้ามา
ผมคิดอย่างนี้นะ"
 
เด็กๆเฮกันใหญ่เลย เราก็ชอบนะคำตอบนี้ ชีก็บอกว่า "ตอบดีนะเนี่ยย"
 
อีกคำถามมาจากเด็กหญิงอีกคน ถามว่า ทำงานเป็นอาราชิมาตั้งแต่เด็กๆ เคยคิดอยากจะเลิกไหม
 
โชตอบว่า
 
"ตอนที่เป็นอาราชินั่นเป็นช่วงหน้าร้อนตอนอยู่ม.ปลายปีสามล่ะ
ผมเข้าบริษัทจอห์นนี่ส์มาตั้งแต่ม.ต้นปีสอง แต่ก็คิดมาอยู่แล้วว่าคงจะไม่ทำต่อได้ตลอดไป
กะว่าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจะออกล่ะ ก็คือเดือนมีนาฯของม.ปลายปีสามก็จะลาออกน่ะ แต่ว่าหน้าร้อนปีนั้น
ประมาณเดือนกรกฎาฯ สิงหาฯ ก็ได้รับเลือกให้เป็นอาราชิ 
 พูดตรงๆว่าในแง่ของอาชีพ ตอนสมัยเรียนก็ไม่ได้คิดจะเลือกงานนี้อยู่แล้วแต่แรก
เลยคิดว่าโดนลากเข้าไปในเรื่องไม่คาดคิดแล้วไง
แต่พอเป็นอาราชิแล้ว ในปี 2000 ประมาณปลายเดือนมีนาฯต้นเมษาฯ พวกเราก็ได้เล่นคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรก
แล้วก็มีโอกาสได้เห็นคนที่คอยสนับสนุนให้พวกเราตลอดมากับตาเป็นครั้งแรกด้วย
มีคนมาเยอะมากเลยเนอะ เพราะว่ามีพวกเค้าเหล่านั้น พวกเราห้าคนก็เหมือนกลุ่มคนที่ชะตาต้องกันน่ะ
การจะมีใครเลิกหรือหยุดนั่นไม่เคยอยู่ในหัวผมเลย พูดให้ถูกก็คือ
 
ตั้งแต่เป็นอาราชิแล้วก็ไม่เคยคิดจะเลิกอีกแม้แต่ครั้งเดียว
 
ก่อนจะเป็นอาราชิอาจจะเคยคิด แต่เพราะว่าได้เป็นอาราชิ ความคิดจะเลิกก็หายไปเลย...
เรื่องก็เป็นอย่างนั้นแหละครับ...นั่นสินะ......พูดเรื่องดีเหมือนกันเนอะ"
 
และก็มาถึงคำถามสุดท้ายจากอาจารย์ท่านหนึ่งถามว่า "ไหนๆก็ได้รับบทครู อยากถามว่ามีครูสมัยม.ต้น ม.ปลายคนไหนที่ดี ที่ประทับใจบ้างไหม?"
 
โชตอบว่า
 
"คำถามจากอาจารย์เลยทำให้เกร็งหน่อย คือที่จริงแล้วผมก็ได้พบกับอาจารย์ที่ดีมากๆหลายท่าน
อย่างอาจารย์ประจำชั้นสมัยประถมที่เดี๋ยวนี้ก็ยังติดต่อหากันและพึ่งพาอยู่เรื่อยมา
พอผมจะได้รับบทเป็นครู ก็เลยติดต่อหาท่านไป 
หรืออย่างอาจารย์ประจำชั้นตอนผมอยู่ม.ต้นปีสามก็เป็นคนที่ดีมาก
เพราะว่าผมเริ่มทำงานนี้ตอนม.ต้นปีสอง ก็มีที่ผมตามบทเรียนได้ไม่ทันบ้าง แล้วผลการเรียนก็ตกลงตามมา
 
คือที่จริงมันก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องทำเป็นทางการ (official) เท่าไหร่ แต่อาจารย์ท่านนั้นก็จัดเวลาสอนเสริมให้
หรือเวลาว่างอย่างช่วงหลังเลิกเรียนก็มีผมเรียนอยู่คนเดียว แต่อาจารย์ท่านก็กรุณาสละเวลามาสอนให้
ที่โรงเรียนม.ต้นของผมมันมีระบบซ้ำชั้น แต่ผมก็สามารถจบได้โดยที่ไม่ต้องซ้ำชั้นเลย
 
ส่วนตอนม.ปลาย อาจารย์ประจำชั้นตอนม.ปลายปีหนึ่งท่านได้พูดบางอย่างที่ทำให้ผมประทับใจมากก็คือ
'ช่วงม.ปลาย...ในช่วงม.ปลายหรือช่วงมหาวิทยาลัยที่มีเวลามากเนี่ย
ยังไงก็ "ศึกษาประวัติศาสตร์" กับ "ออกเดินทาง" เสียนะ'
ท่านพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก จุดมุ่งหมายนั้นถึงตอนนี้ผมก็ไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมดหรอก
แต่พอเริ่มเป็นคนในสังคมที่ต้องทำงานแล้วจนแต่ละวันแทบไม่มีเวลาว่างแล้ว ก็ทำให้คิดได้ว่า...
การรู้ประวัติศาสตร์ แล้วตระหนักว่าทำไมเราถึงมายืนตรงนี้ได้ในตอนนี้
กับการออกเดินทางไปรู้จักวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้ตอนนี้ ผมก็เริ่มคิดขึ้นมาได้ว่า
การเปิดใจขยายค่านิยมนั้นเป็นสิ่งสำคัญอยู่ทีเดียวล่ะ...
(เว้นช่วง ทำท่าเหมือนน้ำตาจะไหล)
วันนี้ได้ใช้เวลาร่วมกันกับทุกๆคน รวมถึงอาจารย์ทุกท่าน ทั้งที่กองถ่ายของเรามารบกวนเวลา
แต่ก็ต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี
ในบรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยอาจารย์ดีๆเหล่านี้ ตอนนี้ทุกคนอาจจะยังไม่คิดถึงก็เป็นได้
ว่านี่แหละอาจเป็นสภาพแวดล้อมที่เราโชคดีได้มาพบเจอ 
ตัวผมเองรู้สึกได้จากการมองอยู่ข้างๆนี่ ดังนั้นก็ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตในช่วงวัยเรียนให้สนุกนะครับ ขอบคุณครับ"
 
โดยคร่าวๆก็จบลงเท่านี้
 
 
ยังคงเป็นมายไอดอลที่น่าภาคภูมิใจ
ชอบคำตอบเรื่องการเกรงใจกับอดทน กับเรื่องของคุณครูมาก
อย่างเรื่อง"การวัดระยะห่างกับแต่ละคน" มันก็เป็นสิ่งที่เราคิดอยู่ตลอด
จากที่เคยต้องเสียใจเพราะความที่คิดว่าสนิทกันอยู่ฝ่ายเดียว
เราก็ถอยออกมาคงระดับความสัมพันธ์กับคนอื่นๆเอาไว้ ในแบบที่เราจะไม่เจ็บหนักเหมือนตอนนั้น
แล้วก็ใช้ความเกรงใจกับอดทนคงความสัมพันธ์เอาไว้
เราอาจจะไม่ได้มีเพื่อนดีๆที่คบกันนานเป็นสิบปีแบบเธอ
แต่เราก็จะพยายามรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนที่มีอยู่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ
 
ส่วนเรื่องคำพูดของครู เราเองก็เหลือเวลาอีกนิดดดดดเดียวก่อนจะออกไปเป็นชะไกจิน
เราได้ยินคำของเกี่ยวกับการขยายค่านิยม (sense of values) จากชีบ่อยมาก
ซึ่งนั่นทำให้เราเปิดใจยอมรับความแตกต่างได้มากขึ้นเยอะเลยละ
ไม่ใช่แค่เรื่องวัฒนธรรม แต่รวมไปทั้งความแตกต่างของปัจเจกบุคคลก็ด้วย
 
แต่นะ เราก็ไม่ใช่ผู้บรรลุ หรือเก่งกล้าสามารถอะไร หลุดบ้างอะไรบ้างก็มีอยู่
 
ทุกๆครั้งที่ได้ยินอะไรดีๆจากปากเธอ มันก็ทำให้เรารู้สึกอยากทำ อยากเป็นอย่างนั้นขึ้นมา
 
พูดง่ายๆก็คือ เธอได้ทำงานในหน้าที่ของไอดอลในความหมายของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆนะ
รู้สึกดีที่ได้ชอบคนแบบนี้
 
 
 
และเนื่องจากตอบคำถามได้ดีมากแบบนี้...
ขอมอบมงกุฎ สายสะพาย พร้อมช่อดอกไม้ให้เลยค่ะ
 

Comment

Comment:

Tweet

คุณชายตอบได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ

ไอบะแอบฮา แต่ปิดท้ายด้วยความประทับใจ
ต่อไปเค้าจะพยายามยิ้มและหัวเราะให้มากขึ้นตามนะ

#7 By Reindeer on 2012-04-03 00:05

อ่านคำตอบของพวกเฮียๆแล้วจะร้องไห้อ่ะ ซึ้งจริงๆ
ภูมิใจที่ได้ชอบเฮียๆแกจังเลยเนอะ ขอบคุณสำหรับคำแปลดีๆนะค่ะ

#6 By kanupii (61.90.96.10) on 2012-04-02 21:43

ขอบคุณนะคะที่แปลมาให้อ่าน ตอนที่ดู ถึงจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยิ้มตาม เศร้าตามได้ตลอด

แต่พอมาอ่านคำแปลได้เข้าใจความหมายในสิ่งที่ทั้งสองคนพูดยิ่งกรี๊ดหนัก โชคุงพูดได้ดีมาก

ไอบะจังก็พูดดีใช่ย่อย ชอบจัง อิจฉาเด็กๆ ด้วย

#5 By Sakuraiba (192.168.0.15, 58.9.153.144) on 2012-04-02 17:03

ยังกับตอบคำถามประกวดนางงามอ่ะ

ตอบดี๊ดี ใครก็ได้เอามงกุฏกับสายสะพายไปให้นางหน่อย

สวยมากกก สวยทั้งร่่างกายและจิตใจเลยทีเดียว

เป็นคนตอบคำถามดีมากอ่ะ ชอบเรื่องระยะห่างและความอดทนเหมือนกัน ในเวลาที่จะกัดแต่สามารถตอบคำถามออกมาได้ดีมากขนาดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ

#4 By ฮิมาวาริ (58.8.152.248) on 2012-03-31 23:03

ขอบคุณที่สุดเลยหนูแพร ที่แปลมาให้อ่านกัน

คำตอบของชีนี่ทราบซึ้งกินใจอยู่เสมอเลยหล่ะ

เทปนี้ชีน่ารักมาก..ตอนเขินก็น่ารัก ไม่ไหวเลยคนนี้


#3 By mamBJD (180.183.39.149) on 2012-03-31 22:33

big smile

ตอบคำถามได้ดีจัง ได้แง่คิดหลายๆอย่างจากทั้งคู่เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

#2 By mars (49.48.141.168) on 2012-03-31 21:05

อ่านแล้วรู้เลยว่าเธอใส่ใจและตั้งใจตอบน้องๆ เพื่อให้คนฟังได้คิดหรือไปสะกิดความคิดไม่มากก็น้อย เป็นคนตอบที่มีสาระสมกับเป็นเธอจริงๆอ่ะ

#1 By ปอย (58.8.238.20) on 2012-03-31 11:02