僕の見ている風景 review

posted on 26 Aug 2010 19:25 by sakuraiohno in report

อัลบัมก็ออกมาได้เกือบเดือนแล้ว เรียกว่าเพลงก็เริ่มจะค่อยซึมเข้าไปในหูมากขึ้น
ก็เลยอยากจะเขียนถึง “สิ่งที่เราเห็น” จากอัลบัมนี้สักหน่อย
หลังจากห่างหายจากการเขียนคอมเม้นท์ถึงเพลงไปนาน
(arashic เขียนไว้แต่ไม่ได้ลง ส่วน time นี่ไม่ได้เขียนเลย)

เปิดอัลบัมใหม่หลังจากห่างไปสองปี(รึเปล่า?) ด้วยเพลง Movin’ on ต้องบอกว่าเป็นเพลงที่ได้อารมณ์ที่สุดสำหรับการเปิดอัลบัมและการเข้าสู่ปีที่ 11 ของอาราชิด้วย เนื้อหาเพลงก็ดูมุ่งไปข้างหน้าดี ส่วนตัวชอบท่อนก่อนเข้าท่อนแรพมาก “まだ行けるから” (เพราะยังไปต่อได้น่า) ท่อนแรพเองก็สื่อถึงอาราชิทั้งห้าคน โชเปรียบเป็น “รุ้งห้าสี” ซึ่งก็เจ๋งดี ทำนองก็เยี่ยม เป็นเพลงที่ชอบตั้งแต่ที่ได้ฟังไอบะเปิดในรายการวิทยุแล้วล่ะ(ไม่นับว่าท่อนแรกคู่เมนเราร้องด้วยกันด้วยนะ ฮ่าๆๆๆ)

ส่วนเพลงที่สอง マダ上ヲ เป็นเพลงที่เราตั้งตารอฟังมากที่สุดเพลงนึงในอัลบัมเลย ตื่นเต้นตั้งแต่รู้ว่าทำนองเพลงนี้ได้ Dapo Torimiro (เขาทำเพลง Up ที่ Jesse McCartney ร้องใน ost.เรื่อง Step Up ภาคล่าสุดด้วย สไตล์เดียวกันเนี่ยแหละ จังหวะแน่นๆ เสียงร้องก็ถูกแต่งเป็นเสียงสังเคราะห์) กับ Drew Ryan Scott มา ทำให้ เพราะคิดว่ามันต้องเป็นเพลงฮิพฮอพเท่ๆแน่ๆ แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะซาวนด์อเมริกันจ๋ามากกกกกก แถมสไตล์การร้องหรือการแรพก็เปลี่ยน แปลกใหม่และถูกใจสุดๆ ถามว่าชอบท่อนไหนสุดก็บอกไม่ได้เพราะมันชอบไปหมด เสียดายมากที่ไม่เอาเพลงนี้มาร้องในคอนฯ ทั้งที่มันน่าจะเป็นเพลงที่เต้นมันส์แท้ๆ T T

หลังจากสองเพลงเร็วๆเร้าใจๆ ก็ผ่อนลงมากับเพลง リフレイン เพลงนี้ก็ชอบตั้งแต่ได้ฟังตัวอย่างที่ไอบะจังเปิดในรายการวิทยุเหมือนกั แว่บแรกที่ฟังนึกไปถึงเพลง ふたつの唇 (futatsu no kuchibiru) ของ EXILE ยัง ไงบอกไม่ถูก แต่สำหรับอาราชิแล้วถือว่าเป็นแนวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ถือว่าแปลกใหม่ถูกใจได้อีกเพลง เนื้อหาเศร้าเข้ากับทำนองและเสียงเครื่องสายที่สวยบาดใจดี : ) (เครื่องสาย Gen Ittetsu นี่เขาเทพจริงๆ) ส่วนการร้อง เรื่อง harmony ของหนุ่มๆก็ดีทีเดียว (อาจเพราะได้ซาวนด์เอนจิเนียริ่งช่วยด้วย)
ผ่านมาสามเพลง ชอบ “มาก!” ทั้งสามเพลงเลยล่ะ

พอเข้าเพลงที่สี่ก็กลับไปหาเพลงสนุกสนานอีกกับ Troublemaker เพลงนี้ก็เข้าตำราเพลงออกซิงเกิ้ลอยู่แล้ว คือติดหู ทำนองสนุกสไตล์อาราชิๆ เพลงนี้ชอบท่อน 散々な日も 最高級のスマイル (ถึงจะเป็นวันที่อ่วมยังไง ก็ยิ้มให้ถึงที่สุด) ฟังแล้วมันให้กำลังใจดี ส่วนท่อนฮาร์ตโตะบีตโตะนั่นมันเป็นตำนานคู่เมนเราไปแล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆ รักคนแบ่งท่อนร้องให้เพลงนี้จริงๆ

และแล้ว...ก็มาถึงโซโล่ของคนแรก ซากุไรนั่นเอง! ความคาดหวังหลังจากรู้ชื่อเพลง T.A.B.O.O คือ...
มันต้องเรทแน่เลยว่ะ!! แล้วเธอก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะแค่ขึ้นอินโทรมาเสียงเธอก็เซ็กซี่แล้ว! แต่ต้องยอมรับว่าแปลกใจ ไม่คิดเลยว่าจะมาแนวร็อกๆ ชอบเสียงกีตาร์ตรงอินโทรกับท่อน it’s too late, go back มากเลย ดูฟังกี้ๆดี ดนตรีก็ออกแนวคล้ายๆ Hip Pop Boogie ตรงที่มีเสียงเครื่องเป่าเด่นๆ ส่วนท่อนแรพนี่...ตอนอ่านเนื้อตกใจมาก เป็นการอุปมาแบบที่ไม่ต้องคิดลึกมากก็เข้าใจอะ
แล้วยิ่งท่อน しないの?キス(ไม่ทำเหรอ? จูบน่ะ) เนี่ย...พระเจ้าฉันอยากจะบ้าตาย ผู้ชายทำฉันคลั่ง!!
ไม่ต้องคิดถึงในคอนฯเลยว่า มันจะเซ็กซี่ขนาดไหน อยากดูดีวีดีแล้ว (แบบเอาภาพบนจอสกรีนข้างหลังมาด้วยนะ ไม่งั้นโกรธ!!!!) ส่วนภาษาอังกฤษของซากุไร ฉันติดใจคำว่า Fragrance มากเลย ถูกใจ ออกเสียงชัดเจน สมแล้วที่ไปเรียนมา >w<  

ต่อมาเป็นเพลง Circus ครั้งแรกที่เห็นชื่อเพลงนึกถึงเพลงชื่อเดียวกันของ Britney Spears ล่ะ ขึ้นอินโทรมาก็ดูเป็นเพลงฝรั่งมากๆ ในใจแอบคิดถึงเพลง 時計じかけのアンブレラ นิดๆ ส่วนตัวชอบท่อนฮุค เมโลดี้ติดหูมากๆ

ギフト แทบจะเป็นเพลงช้าเพลงเดียวในอัลบัมนี้ได้เลย เสียงเครื่องสายตอนอินโทรเพราะมากกกกกกกกกก!!!!! (ฝีมือคุณ Gen Ittetsu เจ้าเดิม เลิฟๆ) 作田雅弥 (ซาคุตะ มาซายะ) คนแต่งเพลงนี้เขียนในบล็อกว่าเป็นเนื้อเพลงที่แต่งเพื่อแม่ พอได้ลองอ่านเนื้อเพลงแล้วคิดถึงแม่ไปด้วย มันก็ซึ้งทีเดียวล่ะ

และก็เข้าสู่เพลง Everything เราชอบความหมายของเพลงนี้นะ แต่ชอบทำนองดนตรีเวอร์ชั่นที่ arrange แบบในคอน 5x10 มากกว่า คิดถึงตอนที่นั่งดูเพลงนี้ในโรงหนังวันที่จัดงานดูคอนฯกัน แบบฟัง+ดูแล้วน้ำตาไหลไม่หยุดเลย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน  

ตัดอารมณ์กันแบบสุดๆด้วยโซโล่ของมัตสึจุน Come back to me เห็นชื่อแว่บ แรกคิดถึงเพลงของอุทาดะอย่างไม่อาจห้ามใจได้ ฮ่าๆๆๆ ซาวนด์อิเลคโทรนิคมากๆ จนบางคนอาจคิดว่าเหมือนเพอร์ฟูมได้ ส่วนตัวเราว่าแนวอิเลคโทรมันกำลังมาแรงมากๆในวงการเพลงทั่วโลกอะ ดูจากอัลบัมจากศิลปินหลายๆคนก็มีซาวนด์แบบนี้เข้ามาเยอะ ตั้งแต่ Lady Gaga หรืออัลบัมใหม่ของ Christina Aguilera ก็อิเลคโทรจ๋าเหมือนกัน คิดว่ามัตสึจุนคงได้อิทธิพลตรงนี้มาด้วยแหละมั้ง เลยเลือกเพลงแนวนี้

เพลงต่อมา マイガール ตอนแรกเฉยๆมากนะกับเพลงนี้ แบบไม่มีอะไรประทับใจเท่าไร อาจจะเพราะกำลังเบื่อเพลงป็อบ แต่สิ่งที่ทำให้กลับมาชอบเพลงนี้ได้ก็คือความหมายของเพลงกับเสียงเครื่องสาย (อีกแล้ว) เราคิดว่าเพลงที่ความหมายดีๆเวลามาอยู่กับเสียงเครื่องสายสวยๆมันจะเพราะมาก จนทำให้น้ำตาไหลได้เลย อย่างเช่นเพลง 逢いたくて今(aitakute ima) ของ MISIA ก็เป็นเพลงความหมายดีเครื่องสายสวยเหมือนกัน แค่ฟังผ่านๆในทีวียังขนลุกวาบเลย

ต่อด้วยโซโล่ลำดับที่สาม Magical Song ของไอบะจัง อืมม...ถ้าพูดตรงๆคือไม่ปิ๊งเท่าไหร่ แต่พอลองฟังหลายๆรอบดู เราชอบเมโลดี้ตรงท่อน 週末で 駆け抜けBaby (shuumatsu de kakenuke Baby)  มัน เป็นเมโลดี้ที่คุ้นหูมากกกอะ (นาหน่าน้านาหน่า ประมาณนี้อะ) ชอบอีกอย่างก็คงเป็นเสียงกีตาร์โซโล่ เท่ดีๆ คิดว่าในคอนฯ คงเป็นเพลงที่สนุกอีกเพลงนะเราว่า

Let me down ก็ เป็นอีกเพลงที่ดูฟิวชั่นๆในความรู้สึกเรา คือผสมกันระหว่างสไตล์การร้องใหม่ๆ กับทำนองที่คล้ายๆเพลงอัลบัมแรกๆของอาราชิ ส่วนตัวชอบตั้งแต่ท่อนบริดจ์ ベイビーいつもコワレそうなLady... (Baby itsumo kowaresou na Lady…) จนถึงท่อนฮุค มันเท่มาก วิธีการร้องดูเป็นผู้ใหญ่ดี ตรงท่อนฮุคที่ใส่คำเยอะๆแล้วให้ร้องรัวๆเร็วๆ รวมทั้งการแรพของซากุไรด้วย ดูนุ่มๆทุ้มๆ แปลกจากปกติที่ซากุไรจะชอบแรพเสียงสูงๆ แรงๆ (หรือตะเบ็งเสียงแหบๆถ้าเป็นในสมัยก่อน) ทำนองก็ใส่เครื่องเป่าสไตล์อาราชิ แต่ครั้งนี้ดูมีสไตล์ไฮโซมากๆ ดูเหมือนในคอนจะเต้นกันด้วย ท่าทางจะเท่น่าดูเพลงนี้

เพลงต่อมา Monster คิดถึงเพลงนี้แล้วช้ำใจ ซิงเกิ้ลฉ้านน สั่งไปแต่ไม่ได้ เจ็บใจ T T (ปล.ใคร ซื้อล็อตลิมิเต็ดเกินมีเหลือจะขายติดต่อได้นะคะ ต้องการมากค่ะ) มาที่เพลง ทำนองมันก็ดูออกแนววันเดอร์แลนด์ๆดีนะ โดยเฉพาะช่วงดนตรีเปล่าๆ เสียงเครื่องสายก็เพราะดี (Gen Ittetsu เจ้าเดิมนี่ฮ้า<3) ส่วนตัวชอบเนื้อเพลงอะ ตรงที่ว่า “Boku no kioku ga subete kietemo….” (แม้ความทรงจำของฉันจะเลือนหายไป แต่หากได้เกิดใหม่แล้ว ฉันก็จะตามหาเธออีกครั้ง” มันเลี่ยนดี ฮ่าๆๆๆ

Don’t stop ไม่รู้ทำไมเวลาเราฟังเพลงที่มีเครื่องเป่าเราจะคิดถึงท่าเต้นสไตล์ lock (แบบในเพลง crazy moon น่ะ) ตลอดเลย เพลงนี้ก็เหมือนกัน ครั้งแรกที่ฟังไม่มีอะไรที่สะดุดหูเท่าไหร่เลยฟังผ่านๆ แต่พอมาฟังดีๆบวกกับดูเนื้อเพลงแล้ว T T จะร้องไห้ ความหมายมันโดนใจ โดยเฉพาะท่อนบริดจ์ก่อนเข้าฮุค ที่ว่า
「初めから分かってる結末なんてない 長い道のりだとしても 次へ次へさあ次へ」
(ผลลัพธ์ที่รู้ได้แต่แรกน่ะมันไม่มีหรอก ถึงเส้นทางมันจะยืดยาวออกไปก็ต้องไปต่อ ไปต่อ และก็ไปต่อ)
「誰かと比べて落ち込んでも仕方ない 未来は止まらないから 次へ次へさあ次へ」
(ไม่แปลกหรอกที่จะท้อแท้เวลาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่เพราะอนาคตมันไม่หยุดยั้ง ดังนั้นก็ต้องไปต่อ ไปต่อ และไปต่อ)
ฟังแล้วแบบ...ขนลุก เสียงฟลุตเพลงนี้ก็ชัดเจนมากอย่างที่ไม่เคยได้ยินในเพลงอาราชิ จากที่ตอนแรกเฉยๆ ตอนนี้เลยกลายเป็นอีกเพลงที่เราชอบมากๆ คิดว่าจะแปลเพลงนี้ในโอกาสต่อไปล่ะ : )

静かな夜に ไม่รู้จะพูดอะไรดีนอกจาก ตกหลุมรักเสียงผู้ชายคนนี้!!! เสียงโอจังเพราะแบบไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ทำนองขึ้นมาก็รู้เลยว่าโอจั๊งงงโอจัง คือจะเหมือนเพลงฝรั่งประมาณ ne-yo อะไร พวกนั้น แล้วก็รู้สึกว่าโอจังจะร้องเพลงอกหักได้อารมณ์ดีนะ ชอบท่อนฮุคช่วงสุดท้ายที่มีเสียงคอรัส (เราว่าเป็นเสียงโอจังที่ไปมิกซ์ซ้อนกันทีหลังป่ะ?) เสียงโอจังเพราะมากกกก <3  

เพลงต่อมา むかえに行くよ เอ้อ เพลงนี้ก็เกือบช้านะ ประมาณมิดเทมโป ส่วนตัวว่าเป็นเพลงป็อบธรรมดา ฟังได้เรื่อยๆอะ เป็นสไตล์อาราชิ แต่ไม่มีตรงไหนที่โดดเด้งจนสะดุดหูเท่าไหร่  

ชื่อเพลงมันอ่านว่าอะไรวะ!!! คือความรู้สึกแรกตอนเห็นชื่อเพลงโซโล่นิโนะเพลงนี้ 1992*4##111
ขอปรบมือให้ความครีเอทของนิโนะมิยะ ส่วนเรื่องของเพลง เราชอบเปียโนเพลงนี้จังเลย
เราว่ามันออกแจ๊ซมากๆ เสียงคอรัสผู้หญิงก็ยิ่งช่วยเสริมอารมณ์แจ๊ซเข้าไปใหญ่ เนื้อเพลงก็น่ารักดีๆ  

空高く ฟังเพลงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงละคร โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่ห้าคนเดินเรียงเป็นภาพสโลว์โมชั่นเนี่ยกลายเป็นอิมเมจ ของเพลงนี้ไปเลย โปรแกรมมิ่งเพลงนี้ก็ฟังเรื่อยๆสบายๆดี ชอบเสียงกลองเพลงนี้ เสียงกีตาร์อิเลคทริคก็เด่นดี

kagerô แอบคิดว่ามีกลิ่นเสียงแบบจีนๆ นิดนึงในท่อน Hohoemu youna tsuki ni terasarete ผสมกับเสียงกร่างๆของกีตาร์อิเลคทริค โดยรวมก็เป็นเพลงป็อปๆสไตล์อาราชิอยู่ ถ้าเอาใส่ซิงเกิ้ลคงเป็นเพลง B-side แน่เลย

เพลงสุดท้าย Summer Splash เพลงนี้น่ารักดีนะ ตัวเราฟังการร้องของอาราชิแบบนี้แล้วคิดถึงเพลง 嵐の前の静けさ ยังไงไม่รู้ แต่คราวนี้ไม่เหมือนกันเพราะว่าคราวนี้คนแต่งเนื้อร้อง (ที่ไม่ใช่ท่อนบริดจ์และฮุค) คือซากุไรเอง เราชอบ rhythm ของแรพที่ซากุไรแต่งในเพลงนี้นะ ฟังแล้วได้อารมณ์ซัมเมอร์ดี ไม่รู้ว่าใช่เพลงที่แต่งไปถอดเสื้อไปรึเปล่า หุหุหุ

โดยรวมเราชอบอัลบัมนี้มากเลยทีเดียว หลังจากที่ไม่ได้ฟังเพลงใหม่ที่ไม่ใช่ซิงเกิ้ลมานาน ในด้านการทำเพลงเราชื่นชมที่ดูทำงานละเอียดขึ้นกว่าตอนอัลบัมดรีมอะไลฟ์ที่ เรารู้สึกว่ามันดูลวกๆเกินไปหน่อย
(ถ้าจำไม่ผิดตอนที่ออกอัลบัมนั้นดูกะทันหันกระชั้นชิดมากเลย) การเลือกเพลงลงอัลบัมสำหรับคนที่ชอบเพลงช้าของอาราชิอาจจะไม่ถูกใจเท่าไหร่ เพราะเทียบสัดส่วนแล้วเพลงช้าน้อย แต่สำหรับเราที่ชอบเพลงเร็วเราถูกใจมากเลยนอกจากนี้เนื้อเพลงแต่ละเพลงก็มีความหมายที่ดีและเข้ากับการก้าวเข้าสู่ปีที่11ของอาราชิมากๆ เช่น movin’ on, mada ue wo, troublemaker, everything, don’t stop ทุกเพลงสื่อถึงการก้าวไปข้างหน้าทั้งนั้น ตอน ช่วงแรกที่อัลบัมออกเราก็ได้อ่านคอมเม้นท์จากแฟนคลับบางส่วนที่อาจจะไม่ค่อย ชอบอัลบัมนี้เท่าไหร่

เราก็เข้าใจว่าซิงเกิ้ลที่ออกมาตลอดช่วงที่ยังไม่มีอัลบัมใหม่มันค่อนข้างจะ เป็นแนวอาราชิๆ แต่กับการทำงานมาสิบปีเนี่ย เราเองคาดหวังจะเห็นพวกเขาทำอะไรใหม่ๆ ท้าทายๆบ้าง เหมือนอย่างตอนที่อาราชิประเดิมออกซิงเกิ้ลกับค่ายใหม่ด้วยแนวฮิพฮอพ (a Day in Our Life) หรือในอัลบัม here we go ที่เราว่าแหวกแนวกว่าอัลบัมนี้เสียอีก คือมันก็ควรมีการทดลองอะไรใหม่ๆบ้าง เราว่าเขาก็ยังจัดสมดุลประมาณ50:50 ระหว่างเพลงแนวอาราชิกับแนวใหม่ๆได้ลงตัวดีอยู่นะ 
เราคิดว่า “สิ่งที่พวกเขาเห็น” ในการทำอัลบัมนี้ อาจเป็นคำว่า “challenge” ก็เป็นได้

Comment

Comment:

Tweet

Thank you for your artice, it is Very meaningful. I hope you can announce some more artice such as this. Have a good day.

#3 By Burberry Sale (59.60.125.84) on 2012-02-27 12:28

ตอนแรกที่อัลบั้มนี้ออกมา บอกตามตรงคือ รู้สึกว่ามีเพลงที่ถูกใจค่อนข้างน้อยล่ะ
แต่พอฟังเรื่อยๆแล้ว กลายเป็นว่าช่วงนี้ฟังแต่เพลงอัลบั้มใหม่ ^^

คอมเม้นท์เพลงได้ละเอียดมากเลย
ส่วนตัวปลิื้มเพลง let me down กับโซโล่นิโนะค่ะ > <

#2 By ✽FutoNekoko✽ on 2010-08-29 11:11

ส่วนตัวเราก็ชอบอัลบั้มนี้มากๆเลยล่ะ!
แอบไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเพลงเท่าไหร่
แต่ว่าฟังแล้วมัน รู้สึก ว่าชอบจริงๆนะ
ปลื้ม Mada Ue wo มากขึ้นเพราะได้อ่านรีวิวของแพรนี่ล่ะ
(จากเดิมก็ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆอยู่แล้ว :D)

ปล. เราแอบชอบโซโล่Aซังมากกว่าของชีอะแพร TvT
สงสัยจะฟังเพลงอนิเมบ่อย เลยฟัง Magical song แล้วโดนใจมากกว่า ฮาาา
(ส่วนโซโล่Oซังยกเป็นอันดับ 1 ในใจไปเลย T[]Tb)

#1 By purinpo on 2010-08-26 22:56