I the living
posted on 21 Aug 2009 22:36 by sakuraiohno in kimochiวันที่ 21 สิงหาคม - วันที่ทำให้อายุฉันเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี
ตามโปรแกรมหนังโครงการภาพยนตร์นานาชาติที่คณะวันนี้ฉายเรื่อง you the living
เป็นหนังจากประเทศสวีเดน และอาจารย์บอกว่า "ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ในแง่บวก"
แต่ฉันแทบไม่นึกอยากดูเรื่องนี้เลย
แค่อ่านเรื่องย่อก็ไม่เข้าใจ ดูเทรลเลอร์ที่อาจารย์เปิดให้ก็ยิ่งไม่รู้เรื่อง
เรื่องราวไม่ปะติดปะต่อเหมือนกับเป็นงาน patchwork
แต่แล้วคำพูดที่ว่า "อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก" ก็ได้พิสูจน์อีกครั้งในวันนี้ว่า
"อย่าตัดสินหนังจากเทรลเลอร์งงๆ"
เพราะการนั่งดู you the living ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งดูตัวเองอยู่
นั่งดูคนที่พยายามแสวงหาความสุข
นั่งดูคนที่คิดว่่าความทุกข์ของตนมันช่างหนักหนากว่าใคร
นั่งดูคนที่ผลักไสความสุขที่อยู่ใกล้มือ แล้วไปไขว่คว้าความสุขเอาจากความเพ้อฝัน
สาวที่ชื่อแอนนาในเรื่อง ฝันเฝื่องว่าตัวเองได้แต่งงานกับนักดนตรีหนุ่มหล่อ พร่ำบอกว่ารักเขามากมาย - ยิ่งดูไปก็ยิ่งเหมือนกำลังมองตัวเอง
ฉากหนึ่งที่กระทบใจเรามากก็คือ ฉากที่ผู้ชายอ้วนคนหนึ่งเอาช่อดอกไม้ไปให้ผู้หญิง ทว่ากลับถูกปิดประตูใส่หน้าทับดอกไม้คาประตู หมาก็เปิดประตูเห่าใส่ พอเดินลงมาร้องไห้ที่หน้าประตูห้องหนึ่ง
เขาบอกกับบุรุษไปรษณีย์ที่ผ่านมาว่า "ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย"
บุรุษไปรษณีย์บอกว่า "ฉันเข้าใจ...ว่าแต่นายอยู่ห้องนี้รึเปล่า"
เมื่อเขาตอบว่าไม่ บุรุษไปรษณีย์ก็พูดอย่างเย็นชาว่า "งั้นก็ช่วยหลบไปหน่อย"
ในใจตัวเองอยากร้องแบบผู้ชายคนนั้นเหลือเกิน
เล่าด้วยคำพูดคงจะทำให้เห็นภาพเหมือนกับดูและฟังด้วยตนเองไม่ได้
แต่สิ่งที่เขาต้องการสื่อออกมาในฉากนี้ (และอีกหลายฉากในเรื่อง) ก็คือ
ไม่มีใครสนใจกันและกันอีกแล้ว...
ทุกคนคิดถึงแต่ความทุกข์ของตัวเอง ไม่มีการ "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" หรือ "เมตตากรุณา" อะไรอีกแล้ว
ดูๆไปเรื่องนี้ก็ออกแนวตลกร้าย (หรืออย่างที่คนดูคนหนึ่งบอกว่า "ขำขื่น")
เรื่องทุกข์เฮงซวยบัดซบแบบในเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ทุกวัน เกิดได้กับทุกคน
และทุกคนในเรื่องก็เลือกจะมองแต่ด้านทุกข์ในชีวิตของตัวเอง
ภาพแข็งๆ กล้องตั้งแช่นิ่งๆ นักแสดงหน้าเฉยๆตายๆซีดๆ เนื้อเรื่องที่ดูสะเปะสะปะ แต่มีจุดร่วมเดียวกันนั่นคือ
"ทุกคนในเรื่องไม่มีใครมีความสุข"
หลังจากหนังจบมีการเสวนากัน อาจารย์พูดถึงบทพูดหนึ่งที่ตัวละครพูดซ้ำหลายครั้ง (แต่เราไม่ยักจำได้) ว่า
"Tomorrow is another day"
คนทั่วไปฟังแล้วจะคิดยังไงกับประโยคนี้นะ?
หากมองโลกในแง่ดีก็น่าจะคิดว่า พรุ่งนี้ก็จะเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ยังมีวันที่สดใสรอคอยอยู่
แต่หากพลิกมองดูอีกด้าน ก็อาจคิดได้ว่า "ต่อให้พรุ่งนี้ก็ยังเฮงซวยเหมือนเดิมน่ะแหละ"
วันนี้เป็นวันที่ฉันอายุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี...
ได้นั่งดูหนังที่เหมือนกระจกเงาสะท้อนตัวเองก็ดีเหมือนกัน
ว่าเมื่อ "รู้ตัว" แล้ว ในที่สุดจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้บ้างไหม
แล้ว...วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงกันนะ?
จะเป็น good day หรือว่า same shit?
ปล.เยนลี่บิวไอน้ำ ขอบคุณของขวัญสีสุดอินเนอร์นะ
แม่...ไม่รู้จะพูดยังไง ทั้งที่วันเกิดก็แสนจะราบเรียบไม่มีเซอร์ไพรส์หรือเลี้ยงฉลอง
แต่ความตั้งใจ...ความรู้สึกของแม่ที่อยากทำให้เรามีความสุข...เรารู้สึกได้จากใจจริงๆ
ขอบคุณค่ะ

แต่ประโยค "Tomorrow is another day" นี่เหมือนในหนังเรื่อง Gone with the wind เลยอ้ะ
ป.ล. เราไปคุ้ยๆหาอาราชิในเจป๊อบ เพิ่งค้นพบว่าคนปล่อยมันน้อยลงอ่ะแพรรรรร
#1 By ::Materia Hunter::^^ on 2009-08-22 11:16